“หมอของขวัญ” แจงดราม่าเงิน 5 ล้าน ขอโทษสังคมไม่มีเจตนาดูถูกคนจน พร้อมยอมรับเคยถูกพักใบอนุญาต ยันไม่ได้ตรวจคนไข้นานแล้ว

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

จากกรณี  “หมอของขวัญ” หรือ “แพทย์หญิงของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์” หลังเจ้าตัวออกมาให้สัมภาษณ์ถึงการเป็น “ลูกกตัญญู” โดยการยกตัวอย่างการให้เงินพ่อแม่ เพื่อแสดงความรักถึง 5 ล้านบาท  จนทำให้แฮชแท็กคำว่า “#หมอของขวัญ” ขึ้นติดเทรนด์ในทวิตเตอร์

 

“หมอของขวัญ”  ยอมรับถูกพักใบอนุญาตจริง ขอโทษซ้ำปมดราม่า 5 ล้าน

 

และดราม่ายังลุกลามใหญ่โตกรณีเพจดังออกมาแฉ แพทย์หญิงคนดังจ่อถูกสั่งพักใบอนุญาตยาว หลังพบมีคดีจ่อเพียบ ทำให้หลายคนโยงและคาดเดากันไปว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับ "หมอของขวัญ"

ล่าสุดช่วงค่ำนี้ (20 มี.ค.65) "หมอของขวัญ" ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Doctorkatekate" โดยระบุว่า ขอโทษที่ทำให้สัมคมไม่สบายใจเรื่องเงิน 5 ล้านบาทกับความกตัญญู โดยไม่มีคำแก้ตัวใดใด แต่ขอยืนยันว่าไม่มีเจตนาดูถูกคนจน ปกป้องคนรู้จักหรือทำให้ทุกคนรู้สึกไม่สบายใจ  ย้ำด้วยว่าการกตัญญูไม่เท่ากับการให้เงิน อย่างไรก็ตามสำหรับดราม่าที่เกิดขึ้นจะไม่ฟ้องร้องต่อผู้ที่เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ เนื่องจากเป็นความผิดพลาดของตัวเอง  แต่ไม่ต้องการให้ต่อว่ากันด้วยถ้อยคำหยาบคาย

 

“หมอของขวัญ”  ยอมรับถูกพักใบอนุญาตจริง ขอโทษซ้ำปมดราม่า 5 ล้าน

“หมอของขวัญ” ได้ชี้แจงกระแสข่าวเรื่องถูกพักใบอนุญาตจากแพทยสภา โดยยอมรับว่าเป็นเรื่องจริงแต่เป็นข่าวที่เก่าแล้วซึ่งตนเองก็ไม่เคยปิดบัง

 

ทั้งนี้จากการที่พูดคุยกับกรรมการแพทยภา ซึ่งระบุว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้ถูกโยงกับการเมือง พร้อมยืนยันว่าคำสั่งของแพทยสภาไม่ใช่ที่สุด โดยหลังจากที่มีคำสั่งออกมา “หมอของขวัญ” ระบุว่าได้แต่งตั้งทนายเพื่อขอฟ้องเพิกถอนคำสั่งของแพทยสภาทันที ซึ่งขณะนี้กระบวนการยังอยู่ในชั้นศาลปกครอง

 

“หมอของขวัญ”  ยอมรับถูกพักใบอนุญาตจริง ขอโทษซ้ำปมดราม่า 5 ล้าน

 

ดังนั้นจึงขออย่ามโนและอย่านำดราม่าเรื่องเงิน 5 ล้าน มาโยงเพื่อวิพากษ์วิจารณ์ร่วมกับกรณีคำสั่งของแพทยสภา ส่วนการพักใบอนุญาตจะมัผลอะไรหรือไม่  “หมอของขวัญ” ระบุว่า ขณะนี้มีคลินิกที่ตนเองดูแลกว่า 20 แห่งซึ่งไม่สามารถลงตรวจด้วยตนเองได้อยู่แล้ว เนื่องจากใช้เวลาไปกับการบริหารธุรกิจ

 

อย่างไรก็ตามยืนยันยังเคารพและเชื่อมั่นในจรรยาบรรณ และความศักดิ์สิทธิ์ของแพทยสภา และส่วนตัวไม่เชื่อข่าวลือว่าตนเองถูกกลั่นตามกระแสข่าวลือที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด

 

ขอบคุณที่มา Doctorkatekate