เมื่อถามถึงความชัดเจนการเตรียมให้เปิดหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะได้ พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า ช่วงนี้จะได้ยิน 2 เรื่องคือ การปรับสถานการณ์ให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น และเข้าสู่การรักษาแบบโรคติดต่อทั่วไป เรื่องนี้จะเป็นแผนของกระทรวงสาธารณสุข ที่จะเสนอ เพื่อให้ศบค.กำหนดกรอบแนวทางเบื้องต้น ส่วนที่ประชุมชุดใหญ่จะพิจารณาหรือไม่
ส่วนเรื่องการเปิดหน้ากากอนามัย ยืนยันว่าการสวมหน้ากากอนามัย ยังจำเป็นตั้งแต่บัดนี้ไป จนถึงวันที่เราพิจารณาว่ามีความเหมาะสมที่จะเปิดได้อย่างปลอดภัย ข่าวที่ออกมาอาจเป็นแผนการในอนาคต ในช่วง 3 เดือนหรือ 6 เดือนข้างหน้า โดยจะต้องประเมินสถานการณ์ให้ต่อเนื่อง แต่ตอนนี้หน้ากากอนามัยยังจำเป็น
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีโอกาสที่จะผ่อนคลายให้การจัดกิจกรรม เช่น คอนเสิร์ต งานมหรสพ ในห้องปิดได้หรือไม่ พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า เรามีมาตรการมาต่อเนื่อง มีข้อกำหนดว่าการจัดกิจกรรมแต่ละประเภทเรื่องใดต้องขออนุญาตคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด และให้รวมตัวกันได้กี่คน ยืนยันว่าสิ่งเหล่านี้ต้องทำต่อ ยกเว้นที่ประชุมศบค. มีการปรับพื้นที่นั้นๆ จะผ่อนคลายหรือเคร่งครัดขึ้น โดยทุกเรื่องที่เสนอจะต้องผ่านความเห็นชอบจาก ศบค.ก่อน เช่น การเปิดหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ
เมื่อถามว่า จะเสนอให้ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า ยืนยันว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังมีความจำเป็น เพราะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ป้องกันประชาชน เมื่อใดที่หมดความจำเป็น ตนจะพิจารณาและเสนอผู้ที่เกี่ยวข้องให้ยกเลิกทันที
เมื่อถามย้ำว่าจะยกเลิกเมื่อมีการประกาศให้เป็นโรคประจำถิ่นหรือไม่ พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า แน่นอน เมื่อถึงขั้นนั้น ก็ใช้กฎหมายปกติ