ทั้งนี้ เนื่องจากแนวทางเวชปฏิบัติการวินิจฉัย ดูแลรักษาและป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (CPG COVID-19) กำหนดให้ ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) เป็นยาหลักที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง ทั้งที่ไม่มีอาการปอดอักเสบหรือมีอาการปอดอักเสบเล็กน้อย โดยมีอัตราการใช้ยาร้อยละ 87 ของผู้ป่วยที่ติดเชื้อทั้งหมด
สำหรับยา เรมเดซิเวียร์ (Remdesivir) ใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง และผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง แต่มีข้อห้ามในการใช้ ยาฟาวิพิราเวียร์ โดยมีอัตราการใช้ยาร้อยละ 2 ของผู้ป่วยติดเชื้อทั้งหมด
พร้อมทั้งปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณในการดำเนินโครงการ และ ขยายระยะเวลาการดำเนินการตามโครงการ จากเดิมระยะเวลาดำเนินการต.ค.-ธ.ค. 2564 เป็น ต.ค.2564-ก.ย. 2565
“ กระทรวงสาธารณสุขเห็นว่าการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ยังคงมีความต่อเนื่อง จึงมีความจำเป็นต้องสำรองยาดังกล่าวไว้ให้เพียงพอสำหรับรักษาผู้ป่วย รวมถึงมีความจำเป็นต้องปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณในการดำเนินโครงการปรับระยะเวลาการดำเนินโครงการ เพื่อให้กระทรวงสาธารณสุข สามารถจัดหาเวชภัณฑ์ยา เพื่อดูแลดูแลประชาชนได้ตามแผนงานและสอดคล้องกับเวชปฏิบัติในปัจจุบัน ” นางสาวไตรศุลี กล่าว