ขณะนั้น นางดวงพร สุวรรณมณี ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนราธิวาส ปฏิบัติงานในฐานะผู้อำนวยการท่าอากาศยานเบตง เผยว่า ทางกรมท่าอากาศยาน(ทย.)ชี้แจงกรณีมีประเด็นบิดเบือนของท่าอากาศยานเบตงตามที่ได้มีข้อมูลปรากฏบิดเบือนในสื่อสังคมออนไลน์ ถึงกรณีการก่อสร้างท่าอากาศยานเบตงที่มีข้อติดขัดไม่สามารถเปิดให้บริการได้นั้น กรมฯขอชี้แจงข้อมูลเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องดังนี้
กรมท่าอากาศยานได้ดำเนินการก่อสร้างท่าอากาศยานเบตง ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2558 วัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาการคมนาคมในพื้นที่ที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชันไม่สะดวกต่อการเดินทาง และเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจความมั่นคงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
อย่างไรก็ตาม ก่อนการดำเนินการก่อสร้างกรมท่าอากาศยาน ได้มีการศึกษาความเป็นไปได้ วิเคราะห์ข้อมูลทางกายภาพและทางเศรษฐศาสตร์ จึงได้ข้อสรุปในการก่อสร้างที่วางไว้คือ ทางวิ่ง(Runway) ขนาด 30x 1,800 เมตรสามารถรองรับเครื่องบินขนาด 80 ที่นั่ง (ATR-72/Q-400) ซึ่งตามหลักการดำเนินงานท่าอากาศยานจะมีการติดตามตัวเลขผู้โดยสารและเที่ยวบิน เพื่อนำมาวิเคราะห์ในการเพิ่มศักยภาพของท่าอากาศยานต่างๆ โดยจะต้องมีระยะของการพัฒนาตามขนาดและความต้องการเดินทางของประชาชน
สำหรับเส้นทางบินและการขึ้นลงของอากาศยาน จะอยู่ในน่านฟ้าของประเทศไทยเท่านั้น ไม่มีล้ำเข้าไปในน่านฟ้าของประเทศเพื่อนบ้านแต่อย่างใด
ขณะนี้ได้มีสายการบินขออนุญาตทำการบินไว้ 2 เส้นทาง คือ 1.หาดใหญ่-เบตง-หาดใหญ่ และ 2.ดอนเมือง-เบตง-ดอนเมือง ปัจจุบันท่าอากาศยานเบตงได้มีการให้บริการเที่ยวบินทางราชการ และเที่ยวบินส่วนบุคคล ซึ่งได้มีการทำการบินมาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ในส่วนของการให้บริการเติมน้ำมันอากาศยานนั้น กรมท่าอากาศยานได้มีการหารือแนวทางร่วมกันกับ บริษัทปตท. จำกัด (มหาชน) โดยได้มีการวางแผนการลงทุนและแนวทางในการให้บริการในอนาคต
กรมท่าอากาศยาน ขอเรียนให้ทราบว่า จากข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวไปข้างต้น จะเห็นได้ว่าการดำเนินงานของกรมท่าอากาศยานมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในความต้องการพัฒนาท่าอากาศยานให้สามารถรองรับการเดินทางทางอากาศของประชาชนได้อย่างเพียงพอ และครอบคลุมทุกความต้องการ รวมถึงเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมของประชาชนให้ทั่วถึงต่อไป
ขณะเดียวกันมีรายงานจากกระทรวงคมนาคมว่า ยังได้ให้ในส่วนของสายการบินที่จะมาเปิดทำการบินที่ท่าอากาศยานเบตงนั้น ทาง ทย. มีมาตรการให้การสนับสนุนสายการบินตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น การลดค่าธรรมเนียมค่าขึ้นลงอากาศยาน 50% และยกเว้นค่าธรรมเนียมจอดอากาศยาน
ส่วนเรื่องเงื่อนไขการรับประกันที่นั่งผู้โดยสาร 75% ตามที่ผู้ประกอบการสายการบินเสนอมา ได้เร่งรัดการเจรจาให้จบโดยเร็ว เพราะไม่อยากให้เปิดท่าอากาศยานแล้วหยุดให้บริการ และกลับมาเปิดให้บริการอีก ต้องการให้เปิดแล้วก็เปิดให้บริการยาวต่อเนื่องเลย ไม่อยากให้เกิดปัญหาท่าอากาศยานร้าง
กว่าเป็นสนามบินเบตง เริ่มในยุครัฐบาลคสช.
เช่นเดียวกับ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ข้อมูลไว้เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า "สนามบินเบตง" จังหวัดยะลา เริ่มหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2558 ซึ่งพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเห็นชอบในหลักการให้กรมท่าอากาศยาน (ทย.) กระทรวงคมนาคม ดำเนินโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานเบตง ระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 ปี (2559 – 2561)
ทั้งนี้ อาคารที่พักผู้โดยสาร มีพื้นที่ประมาณ 7,000 ตารางเมตร รองรับผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วนได้ประมาณ 300 คนต่อชั่วโมง และรองรับผู้โดยสารได้ 876,000 คนต่อปี
"ทางวิ่งหรือรันเวย์มีขนาดความยาว 1,800 เมตร รองรับได้เฉพาะอากาศยานขนาดเล็ก เช่น เครื่องบินแบบใบพัด ATR 70-80 ที่นั่ง สำหรับเส้นทางบินและการขึ้นลงของอากาศยาน จะอยู่ในน่านฟ้าของประเทศไทยเท่านั้น ไม่มีล้ำเข้าไปในน่านฟ้าของประเทศเพื่อนบ้าน" ธนกร กล่าว
ท่าอากาศยานนานาชาติเบตงแห่งนี้ ถือเป็นอีกความพยายามจนเห็นผลในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยมุ่งหวังให้ประชาชนในพื้นที่ จ.ชายแดนใต้มีรายได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากการมีท่าอากาศยานในพื้นที่จะช่วยรองรับภาคการท่องเที่ยว การพาณิชย์ การลงทุนต่าง ๆ ที่จะตามมาในอนาคต อันจะส่งผลต่อความมั่นคงในพื้นที่ด้วย