ต่อมาพักฟื้นได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ตนสภาพจิตใจย่ำแย่ และหมอไม่อนุญาตให้เห็นศพลูก โดยฝั่งของ นายเบญจรงค์ หรือ เอลฟ์ ได้เป็นคนจัดการเรื่องของศพลูกทั้งหมด ซึ่งอ้างบอกกับตนว่าพ่อบุญธรรมได้มอบเงินมาให้ 5,000 บาท เพื่อเป็นค่าทำศพลูก หลังจากนั้นตนก็ไม่ได้เข้าไปที่บ้านที่ นายเบญจรงค์ หรือ เอลฟ์อีก และคิดว่าได้ดำเนินการนำศพของลูกไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จนกระทั่ง นายเบญจรงค์ หรือ เอลฟ์ ถูกขับกุมดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ช่วงประมาณปลายปีที่แล้ว จนกระทั้งมาถึงวันนี้ ทางญาติได้ส่งข่าวที่ระบุว่าพบศพเด็กทารก แล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อขอมาให้ปากคำที่ สภ.แม่ปิง
น.ส.แพรว กล่าวอีกว่า จริงๆ ตนไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีก เนื่องจากทำใจไม่ได้เกี่ยวกับการสูญเสียของลูก และก็ไม่นู้ว่าจะโกรธ นายเอลฟ์ทำไม เนื่องจากเรื่องมันผ่านไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ตนก็จะขอดำเนินการไปรับศพของลูกเพื่อนำกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาด้วยตนเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ตามทางพนักงานสอบสวน ได้ดำเนินการรวบรวมเอกสารหลักฐาน พร้อมทั้งคำให้การของผู้เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปสำนวนการสอบสวนคดี ส่วนศพทารกน้อยที่พบเจอนั้น หลังการตรวจชันสูตรแล้วจะได้มอบให้ทางญาตินำกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป ส่วนในเรื่องของความผิดทางกฎหมายเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นนี้ เบื้องต้นยังไม่มีการดำเนินคดีกับทาง นายเบญจรงค์ หรือ เอลฟ์ แต่อย่างใด เนื่องจาก นายเบญจรงค์ หรือ เอลฟ์ ได้รับร่างของลูกที่เสียชีวิตในท้องมารดามาถูกต้องตามความประสงค์ โดยมีหลักฐานทุกอย่างและไม่ได้มีการลักลอบทำแท้ง รวมทั้งไม่มีการนำไปขาย ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินโดยชอบธรรมที่สามารถรักษาเพื่อบูชาหรือเก็บไว้รำลึกถึง แต่อาจจะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้เป็นไปตามขั้นตอนต่อไป