แต่พอมาปีนี้เกษตรกรที่ปลูกแห้วเริ่มลืมตาอ้าปากได้เนื่องจากแห้วสดที่ยังไม่ปอกราคาสูงขึ้นถึงถังละ 250 บาทหรือตันละ 25,000 บาทจากเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาราคาอยู่ที่เกวียนละ 20,000 บาทแต่คนรับซื้อน้อยเกษตรกรบางรายต้องทิ้ง ส่วนต้นทุนการผลิตตกไร่ละ 10,000 กว่าบาทเพราะปุ๋ย ยา น้ำมัน ราคาแพง อีกทั้งยังต้องจ้างคนงมก็หายาก โดยค่าจ้างงมแห้ว ถังละ 70-100 บาทแล้วแต่สภาพดินอ่อนดินแข็ง ผลผลิตต่อไร่ อยู่ประมาณ 3 เกวียนราคา เกวียนละ 25;000 บาท ชาวบ้านที่มารับจ้างงมแห้วจะตื่นประมาณ ตีหนึ่งตีสอง เพื่อมางมแห้ว ประมาณหกโมงเช้าก็จะนำแห้วขึ้นชั่งกิโลก่อนจะรับเงินกลับบ้านแต่ละคนจะมีรายได้คนละ 400-500 บาท บางคนถ้ายังพอไหวก็จะงมแห้วต่อ หรือไปรับจ้างทำงานอื่นต่อทำให้มีรายได้แต่ละวันเกือบ 1,000 บาท
แห้วนับเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่สำคัญรองจากนาข้าว ซึ่งชาวบ้านตำบลวังยาง ตำบลมดแดง ตำบลดอนปรู อำเภอศรีประจันต์ ที่กันมากว่า 80 ปีถือเป็นของดีของชาวจังหวัดสุพรรณบุรี โดยเฉพาะอำเภอศรีประจันต์ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกรายใหญ่ แห่งเดียวของประเทศ ได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ เข้ามาดูงานเป็นหมู่คณะและร่วมกิจกรรมงมแห้วโดยได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลตำบลวังยาง นักท่องเที่ยวจะเสียค่าเหยียบนาแห้วให้กับเจ้าของ คณะละ 500 บาทเมื่องมแห้วเสร็จ นักท่องเที่ยวแต่ละคนก็จะได้แห้วที่ตัวเองงมกลับไปทานที่บ้าน ซึ่งแห้วของชุมชนเราเป็นแห้วที่ปลอดสารเคมีรับประทานแล้วปลอดภัย แห้วยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นอาหารทั้งคาวและหวานได้มามายหลากหลายเมนู