นายกฯ กำชับ กอ.รมน.-ส่วนราชการอื่น ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ด้าน ปภ. เผย มีผู้ได้รับผลกระทบรวม 7,802 ครัวเรือน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

28 กุมภาพันธ์ 2565 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัยภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนใต้ และได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้หน่วยงานทุกภาคส่วน อาทิ กอ.รมน., สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด, หน่วยทหารในพื้นที่, กรมชลประทาน, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

 

ร่วมกันบริหารจัดการน้ำและสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ พร้อมระดมทรัพยากรเข้าช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน เพื่อคลี่คลายสถานการณ์โดยเร็วที่สุด พร้อมกำชับให้ข้าราชการ กอ.รมน. ปฏิบัติภารกิจด้วยความปลอดภัย สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอย่างเหมาะสมในการลงพื้นที่ และสอดคล้องตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ที่ ศบค. กำหนดอย่างเคร่งครัด

 

ล่าสุด ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ที่พบระดับน้ำท่วม 13 อำเภอนั้น นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะ ผอ.รมน. จ.นราธิวาส พร้อมหน่วยทหารและส่วนราชการในพื้นที่ ได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนผู้ประสบภัย อพยพไปยังที่ปลอดภัย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร รวมทั้งได้สั่งการให้จัดตั้งกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในทุกอำเภอ สำหรับประสานร่วมกันในการเตรียมความพร้อม ติดตามเฝ้าระวังระดับน้ำ เพื่อสามารถแจ้งเตือนและเข้าให้การช่วยเหลือประชาชนได้ทันที

ปภ.เผย 7,802 ครัวเดือดร้อน น้ำท่วม-วาตภัย นายกฯ กำชับ เร่งช่วยเหลือ

สำหรับจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ นครศรีธรรมราช พัทลุง ยะลา และปัตตานี นั้น ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจัดตั้งกองอำนวยการเพื่อเฝ้าระวังป้องกันเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะใน จ.ยะลา ที่ขณะนี้ยังคงมีฝนตกหนัก ประกอบกับระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีและแม่น้ำสายบุรีเพิ่มสูงขึ้น เสี่ยงต่อการเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ซึ่ง นายภิรมย์ นิลทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้ลงพื้นที่ อ.ยะหา และ อ.รามัน ติดตามสถานการณ์ พร้อมให้กำลังใจและมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในเบื้องต้น

 

ทั้งนี้ ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือ ผ่านศูนย์รับแจ้งเหตุ กอ.รมน. ในพื้นที่ โทร.1374 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อ กอ.รมน. ได้ประสานส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าให้การช่วยเหลือ คลี่คลายสถานการณ์สู่สภาวะปกติโดยเร็ว เป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส

ปภ.เผย 7,802 ครัวเดือดร้อน น้ำท่วม-วาตภัย นายกฯ กำชับ เร่งช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตามวานนี้(27 ก.พ.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ คือ จังหวัดนราธิวาส ยะลา นครศรีธรรมราช พัทลุง และปัตตานี และสถานการณ์วาตภัยในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา และปัตตานี ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. 65 ที่ผ่านมา

 

นายกฯ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว และได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับให้กระทรวงมหาดไทย บูรณาการทุกหน่วยงานระดมกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนให้รวดเร็วที่สุด

โดยตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. 65 ที่ได้เริ่มเกิดสถานการณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้อำนวยการจังหวัด นายอำเภอ รวมถึงผู้อำนวยการทุกระดับ ทั้ง 6 จังหวัด ได้ใช้กลไกศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับจังหวัด อำเภอ และศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควบคุม สั่งการ และอำนวยการ ระดมสรรพกำลัง ประสานการปฏิบัติทั้งฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน อาสาสมัคร ประชาชนจิตอาสา เครื่องจักรกลในพื้นที่ของทุกหน่วยงาน เร่งระบายน้ำและเปิดทางน้ำในพื้นที่ ตลอด 24 ชั่วโมง

 

พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือด้านการดำรงชีพแก่ประชาชนที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนเส้นทางคมนาคมที่ถูกกระแสน้ำตัดขาด ได้มีการประสานเจ้าหน้าที่แขวงการทาง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำป้ายเตือน พร้อมอำนวยความสะดวกการจราจร

 

แนะนำเส้นทางเลี่ยงที่ปลอดภัย และเร่งซ่อมแซมเส้นทางที่ชำรุด ถูกตัดขาด และจัดยานพาหนะเข้าช่วยเหลือประชาชนในด้านการสัญจรชั่วคราว ซึ่งนับได้ว่าทุกจังหวัดสามารถดำเนินการบริหารสถานการณ์ในการเข้าให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที ต่อเนื่อง และจะได้มีการรายงานมายังกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะต่อไป

 

ด้านนายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)นฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ได้รายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส ยะลา นครศรีธรรมราช พัทลุง และปัตตานี เมื่อวันที่ 24 – 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ รวม 18 อำเภอ 85 ตำบล 277 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,802 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต โดยปัจจุบันสถานการณ์ภาพรวมทุกจังหวัด ระดับน้ำลดลง

 

สำหรับวาตภัยในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สงขลา และปัตตานี รวม 13 อำเภอ 54 ตำบล 143 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 740 หลัง

 

พร้อมเน้นย้ำ พี่น้องประชาชน และเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร ผู้ปฏิบัติงานทุกคนต้องได้รับความปลอดภัย โดยประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด