-ลงทะเบียนด้วยตัวเองด้วยการสแกน QR code ที่อยู่บนเว็บไซต์ สปสช. หรือคลิกที่ลิงค์ https://crmsup.nhso.go.th/#TicketHI เมื่อสแกนแล้วจะมีแบบฟอร์มให้กรอกชื่อ เบอร์โทร ที่อยู่ปัจจุบัน โรคประจำตัว น้ำหนัก ส่วนสูง เมื่อบันทึกข้อมูลแล้ว 15-20 นาที ก็สามารถตรวจสอบได้เลยว่าจะมีหน่วยบริการไหนมารับดูแลทำ Home Isolation ให้ จากนั้นสแกนอีกครั้งเพื่อยืนยันตัวตนและรอการติดต่อจากหน่วยบริการเพื่อรับยา อุปกรณ์ปรอทวัดไข้ เครื่องวัดออกซิเจนในเลือด อาหาร และการดูแลจากแพทย์ผ่านระบบ tele health ต่อไป
ล่าสุด ทาง ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าว่า "อยากแนะนำให้ลงทะเบียนด้วยตัวเองด้วยการสแกน QR code ก่อน หรือถ้าหา QR code ไม่เจอ ก็เข้าไป @nhso เพื่อกรอกข้อมูล ทั้ง 2 ช่องทางนี้ข้อมูลจะถูกส่งเข้าระบบเช่นกันและมีข้อดีคือไม่ต้องใช้เวลารอนานเหมือนการโทรเข้า 1330 แต่ถ้าหากไม่ถนัดเรื่องเทคโนโลยีก็สามารถโทรเข้า 1330 ได้ตามปกติ และถ้าโทรไม่ติดหรือไม่มีคนรับก็อย่ากังวลครับ เราจะมีเจ้าหน้าที่โทรกลับไปหาท่าน เพียงแต่อาจจะต้องรอสักพักหนึ่ง"
หลังสิ้นสุดการรักษา Home Isolation มีวิธีปฏิบัติอย่างไร
เมื่อสิ้นสุดกระบวนการรักษาโฮมไอโซเลชั่น (Home Isolation) แล้ว ยังคงต้องระวังตัวเองอย่างเคร่งครัด ด้วยการเว้นระยะห่างทางสังคม สวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ หลังจากหายป่วยครบ 1 เดือน ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น หลีกเลี่ยงการพบปะผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หากยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ควรเว้น 3-6 เดือนหลังวันที่ตรวจพบเชื้อ
นอกจากนี้ ทีมข่าวขอนำสาระดีๆ ที่มีประโยชน์มาเป็นข้อมูลประกอบเพิ่มเติม หากรักษา Home Isolation แล้วอาการแย่ลง ต้องติดต่อแพทย์เพื่อเข้าสู่ระบบการรักษาในโรงพยาบาล โดยให้สังเกตอาการดังต่อไปนี้
1. ไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส
2. ท้องเสีย อาเจียน รับประทานอาหารไม่ได้
3. วัดค่าออกซิเจนปลายนิ้วได้ต่ำกว่า 96%
4. หายใจไม่สะดวก พูดเป็นประโยคยาวๆ ไม่ได้
5. ไอมากขึ้น แน่นหน้าอกต่อเนื่อง
6. มีอาการซึม เรียกไม่รู้สึกตัว หรือไม่ตอบสนอง