...สถานการณ์ในเดนมาร์ก หนึ่งในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย ที่ยกเลิกมาตรการเข้มข้นป้องกันการระบาดไปเมื่อราว 2 สัปดาห์ก่อน ตอนนี้เริ่มเห็นสัญญาณของผลกระทบตามมา ทั้งในเรื่องจำนวนการติดเชื้อใหม่รายวัน การป่วย และการเสียชีวิต
ดังนั้นไทยเราคงต้องพิจารณาเรื่องนโยบายให้ดี การตัดสินใจก้าวตามคนอื่นนั้นควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะจุดหมายปลายทางนั้นอาจไม่ใช่ทางสว่างเสมอไป ค่อยๆ ก้าวอย่างมั่นคง จะไม่หกล้ม และอยู่รอดปลอดภัยไปด้วยกัน
สุขสันต์วันแห่งความรักครับ
นอกจากนี้ นพ.ธีระ ยังได้โพสต์ ด้วยว่า เมื่อเช้า(13 ก.พ.)มีคำถามในใจว่า ตอนนี้ประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลกนั้นผ่านพีคของ Omicron มาแล้ว เค้าใช้เวลามากน้อยแค่ไหนที่จะถึงพีคของการระบาด?
เลยลองรวบรวมข้อมูล โดยพิจารณาจำนวนติดเชื้อต่อวันเฉลี่ยรายสัปดาห์ (7-day moving average) ของ 30 ประเทศแรกที่มีจำนวนติดเชื้อสูงสุดของโลก
ในจำนวนนี้มีบางส่วนที่ยังไม่ถึงพีค หรือยังไม่อยู่ในขาลง จึงไม่นำมาพิจารณา โดยมุ่งเป้าเฉพาะกลุ่มประเทศที่ผ่านพีคมาแล้ว เพื่อจะได้มาใช้คาดการณ์ว่าไทยเราซึ่งตอนนี้กำลังขาขึ้น จะมีโอกาสพีคตอนไหนหากดูจากธรรมชาติของโรคของทั่วโลก
คำตอบคือ
ในภาพรวมของโลก จะใช้เวลาขึ้นสู่พีคราว 37 วัน แต่อาจมีความแตกต่างระหว่างบริบทของประเทศสูง
แต่หากพิจารณาเฉพาะในกลุ่ม 30 ประเทศแรกที่ไทยอยู่ มี 22 ประเทศที่ดูจะผ่านพีคมาแล้ว โดยมีค่ามัธยฐานของเวลาสู่พีค อยู่ที่ 24 วัน และมีค่าเฉลี่ยประมาณ 25.8 ± 6.8 วัน
หากไทยดำเนินไปแบบประเทศอื่นๆ และนับจุดเริ่มอยู่ที่ 3 กุมภาพันธ์ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงขาขึ้นชัดเจน พีคของเราอาจอยู่ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2565 หรือเบี่ยงเบนกว่านั้นราวหนึ่งสัปดาห์
สถานการณ์จริงนั้นจะเป็นเช่นไร คงต้องติดตามดูกันต่อไป เพราะมีปัจจัยอื่นที่จะมีอิทธิพลต่อการระบาดได้มาก เช่น พฤติกรรมป้องกันในช่วงเทศกาลต่างๆ ทั้งของแต่ละคนและของกิจการร้านค้าต่างๆ
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าขึ้นอยู่กับพวกเราในประเทศที่จะช่วยกันป้องกันตนเอง ดูแลลูกหลานและผู้สูงอายุ และดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท ใส่หน้ากาก เว้นระยะห่างจากคนอื่น เลี่ยงการกินดื่มหรือแชร์ของกินของใช้ร่วมกับผู้อื่น
หากไม่สบาย ควรหยุดเรียน หยุดงาน ตรวจรักษาให้หายดีเสียก่อน เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม