ส่วนข้อมูลผู้เสียชีวิต 3 รายวันนี้นั้น รายแรก เป็นชายไทย อายุ 67 ปี มีโรคประจำตัว คือ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และไตวาย ได้รับวัคซีนครบ 3 เข็ม เมื่อ 21 ม.ค.65 ที่ผ่านมา โดยวันที่ 2 ก.พ.65 เริ่มมีอาการไข้ ไอ หายใจเหนื่อย และนำส่งโรงพยาบาลนครพิงค์ ตรวจ RT-PCR ยืนยันว่าติดเชื้อโควิด เมื่อวันที่ 4 ก.พ.65 ต่อมาพบระบบหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตในวันเดียวกัน
รายที่สอง เป็นชายไทย อายุ 67 ปี มีโรคประจำตัว คือ โรคพิษสุราเรื้อรัง ได้รับการฉีดวัคซีน เพียง 1 เข็ม เริ่มมีอาการอ่อนเพลีย ทานได้น้อย เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสารภี ต่อมาตรวจ RT-PCR พบยืนยันติดเชื้อโควิด จึงได้ส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลนครพิงค์ และเสียชีวิตเพราะระบบหายใจล้มเหลว เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 65
และรายสุดท้าย เป็นหญิงไทย อายุ 71 ปี มีโรคประจำตัว คือ ความดันโลหิตสูง และไตวาย ไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด มาก่อน โดยวันที่ 26 ธ.ค.64 เข้ารับการฟอกไตที่คลินิกเอกชน ตรวจ ATK ก่อนฟอกไตผลเป็นบวก จึงได้นำตัวส่ง โรงพยาบาลสันทราย ตรวจ RT-PCR พบว่าติดเชื้อโควิด จึงส่งต่อไปรักษาที่ โรงพยาบาลนครพิงค์ จนกระทั่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 ก.พ.65
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดนิยามของผู้สัมผัสใกล้ชิด คือ ผู้ที่อยู่ใกล้ผู้ติดเชื้อในระยะ 2 เมตร เป็นเวลานานกว่า 5 นาที หรือ อยู่ในพื้นที่ปิดนานกว่า 30 นาที เช่น ในรถยนต์โดยสารติดแอร์ หรือห้องติดแอร์ เน้นย้ำให้กลุ่มสัมผัสใกล้ชิด สังเกตอาการ 10 วัน และลดการเดินทางไปในที่ชุมชน โดยผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง ที่ไม่ได้สวมหน้ากาก ให้กักตัว 7 วัน และสังเกตอาการ 3 วัน รวมทั้งหมด 10 วัน และตรวจ ATK วันที่ 5 และ 10 ของการสัมผัส หรือตรวจเพิ่มเมื่อมีอาการ ส่วนผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงต่ำ หมายถึง ผู้ที่สวมหน้ากากตลอดเวลาขณะใกล้ชิด ให้สังเกตอาการ 10 วัน โดยไม่ต้องกักตัว ส่วนการตรวจหาเชื้อ ตรวจเฉพาะเมื่อมีอาการ หากสังเกตอาการครบ 10 วัน แล้วไม่มีอาการ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยไม่ต้องตรวจ ATK ดังนั้น จึงขอเน้นย้ำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด