การใช้สิทธิ์ของสมาชิกตามมาตรา 42 อาจมีโทษตามมาได้ ทั้งนี้ ตามมาตรา 101 วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติว่า “ผู้ใดแจ้งหรือกล่าวหาพรรคการเมืองหรือบุคคลใดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ ต่อคณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยรู้อยู่ว่าเป็นความเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอน สิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น”
นายเรืองไกร กล่าวสรุปว่า กรณีจึงมีเหตุที่ควรขอให้ กกต. ทำการตรวจมูลกรณีตามระเบียบ กกต. ด้วยการเชิญผู้ที่ลงนามทุกคนมาให้ถ้อยคำเพื่อยืนยันตนเองก่อนว่า ผู้ร้องทั้งหมดเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐจริงหรือไม่ ผู้ร้องทุกคนยืนยันรับรองว่าได้อ่านก่อนที่จะลงนาม หรือไม่ คำร้องดังกล่าวผู้ใดเป็นผู้ทำขึ้น คำร้องดังกล่าวผู้ร้องทุกคนรู้อยู่ว่าไม่ใช่ความเท็จ ใช่หรือไม่ และหากคำร้องดังกล่าวเป็นความเท็จ จะเข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา101 หรือไม่
ดังนั้น ในเช้าวันที่ 7 ก.พ. นี้ ตนจะส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS ไปถึง กกต. เพื่อขอให้ตรวจมูลกรณีตามคำร้องของสมาชิกกว่า 100 คน