โดยรายละเอียดข้อมูลที่ทาง “อดีตแฟนเก่า” นำมาเผยแพร่ เป็นข้อความพูดคุยที่ฝ่ายชาย หุ้นส่วนร้านญี่ปุ่น ขอหยิบยืมเงินไปใช้จ่ายในร้าน จำนวน 2.4 ล้านบาท แต่ฝ่ายชายทยอยคืนแค่บางส่วน และมีการหักเงินเล็กๆ น้อยๆ จาก “ของขวัญ” ที่เคยซื้อให้ฝ่ายหญิง เช่น แหวนราคา 76,000 บาท หรือนาฬิกา 1.8 แสนบาท เป็นต้น
ขณะที่ทางหุ้นส่วนร้านญี่ปุ่น ยืนยันว่า ไม่มีเจตนาจะแสดงความเห็นเหยียดลูกค้า แต่เป็นการพูดคุยตอบโต้แบบอารมณ์น้อยใจกับรุ่นพี่ในเฟซบุ๊กเท่านั้น ซึ่งส่วนตัวอยากขอโทษคนในสังคม ที่แสดงความเห็นแบบนั้นออกไป
"ส่วนเรื่องยืมเงินอดีตแฟนสาว ขอชี้แจงว่าเรา 2 คน ได้ดำเนินธุรกิจร่วมกัน โดยธุรกิจของผม เขาจะเอาเงินมาช่วยซัพพอร์ต ส่วนธุรกิจของเขาที่ภาคใต้ ผมไปช่วยซัพพอร์ตเช่นกัน ฉะนั้นต่างฝ่ายต่างมีหนี้ซึ่งกันและกัน โดยตอนนี้อยู่ในช่วงของการเคลียร์หนี้สินกัน"
ด้านเพจ "ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม" ของนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ เตรียมยื่นสอบร้านญี่ปุ่น โดยระบุรายละเอียดว่า "วันจันทร์ที่ 7 ก.พ.ทางชมรมจะเข้าไปตรวจสอบแบบแปลนร้านอาหารญี่ปุ่น และตรวจสอบรายงานการเสียภาษีของร้านดังกล่าวว่า ทำถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ใหญ่แค่ไหนก็ไม่รอดน๊ะ"