ยุบสภาฯช่วงนี้ รัฐบาล จะเสียเปรียบ
สถานการณ์ที่พรรคพลังประชารัฐ กำลังระส่ำ แหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาล วิเคราะห์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ประกาศ "ยุบสภาฯ" อย่างแน่นอน เพราะอย่างน้อย ต้องรอการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ค้างคาอยู่ให้จบเสียก่อน เบื้องต้นการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. และเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพฯ กำหนดไว้ช่วงเดือน พ.ค.65
ดังนั้น จะเห็นว่า หากจะมีการประกาศยุบสภาฯ อย่างน้อยต้องเลยช่วงกลางปี ค่อมาวิเคราะห์กันอีกครั้ง เพราะจะมีการนำผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. มาถอดรหัส ประเมินถึงคะแนนนิยม ว่า จะไปต่อได้หรือไม่
รวมถึงขณะนี้ เป็นที่ยอมรับว่า คะแนนนิยมของรัฐบาล ไม่ค่อยจะดีนัก ยิ่งไม่เป็นผลดีหากยุบสภาฯ เพื่อเลือกตั้งใหม่ช่วงนี้ เนื่องจากรัฐบาล จะเสียเปรียบ
สถานการณ์แบบนี้บีบให้ นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล จึงต้องเร่งคลอดมาตราช่วยเหลือประชาชน เพื่อเรียกคะแนนนิยมก่อน ดังที่เห็นการคลอดโครงการคนละครึ่งเฟส 4 โครงการเปิดรับนักท่องเที่ยวแบบ Test & Go และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ออกมาช่วงนี้ ต้องรอดูอีกว่า จะกอบกู้คะแนนนิยมกลับมาทันก่อนรัฐบาลครบเทอมหรือไม่
แต่ต้องไม่ทิ้งประเด็นสำคัญ คือ เสียงสนับสนุนรัฐบาล เป็นอีกตัวแปรที่จะเป็นปฏิกิริยาเร่งไปสู่การยุบสภาฯ หรือไม่ เมื่อฝ่ายรัฐบาลมี 246 เสียง หักกลุ่มผู้กองออกไป 18-20 เสียง ส่วนพรรคฝ่ายค้าน 208 เสียง + 1 ว่าที่ส.ส.หลักสี่-จตุจักร "สุรชาติ เทียนทอง" เท่ากับว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่งเพียง 8 เสียงเท่านั้น
"ปัจจัยเสี่ยง" ที่น่ากลัวสุด ของ พล.อ.ประยุทธ์ คือเสียงสนับสนุนในสภาฯ
เป็นปัจจัยที่น่ากลัวที่สุด แม้พล.อ.ประยุทธ์ จะประคับประคองตัวเองผ่านไปจนเปิดสมัยประชุมหน้า ก็จะเดินเข้าสู่ "คิลลิ่งโซน" คือ จะถูกฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากพรรคฝ่ายค้านยื่นตั้งแต่เริ่มเปิดประชุมเดือน พ.ค. เท่ากับมัดมือ พล.อ.ประยุทธ์ หมดสิทธิ์ยุบสภาฯ
สถานการณ์ที่บีบคั้นรอบด้าน จึงปฏิเสธไม่ได้ที่จะเริ่มนับถอยหลัง"รัฐบาลบิ๊กตู่"กันแล้ว