นอกจากเครื่องดื่มแล้ว ยังได้เปิดแฟรนไชส์ “เตี๋ยวรักษ์กัญ” โดยมีการคิดค้นสูตรให้ผู้ประกอบการได้นำไปประกอบอาชีพได้ในราคา 6,500 บาท โดยนำส่วนก้านมาพัฒนาร่วมกับสมุนไพรชนิดต่างๆ ให้เป็นเครื่องตุ๋น เมื่อนำมาปรุงเป็นน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว รสชาติจะดี กลมกล่อม โดยขณะนี้ได้ขยายแฟรนไชส์ทั่วประเทศแล้วกว่า 50 แห่ง
พร้อมกันนี้ ยังได้ผลิต “ตุ๋นกัญ” เป็นซองจำหน่ายในร้านขายของชำทั่วประเทศด้วย เพื่อให้เข้าถึงลูกค้ารายย่อยที่สนใจจะนำไปปรุงเป็นเมนูอาหารต่างๆ อีกด้วย
“ภายในปีนี้เราจะพยายามเข้าสู่ตลาดออนไลน์ให้ได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับว่า ผลิตภัณฑ์ต่างๆ จะได้รับการอนุญาตจากทาง อย. หรือไม่ แต่ในระหว่างที่เรากำลังพัฒนาให้กัญชาเข้าไปมีบทบาทในเมนูอาหาร และเครื่องดื่มนั้น ในปีนี้ได้ตั้งเป้าหมายที่จะสร้างโมเดลช็อปอินช็อป ด้วยการให้ร้านอาหาร หรือคาเฟ่ต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการนำกัญชาไปเป็นเมนูสำคัญ เพราะต้องการที่จะพัฒนากลุ่มสตาร์ทอัพทั่วประเทศ” นายองอาจ กล่าว
นายเอกสกุล แก้วมณี เจ้าของร้านน้ำซ่า กัญชาไทย by แต๊ เชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เปิดทำธุรกิจน้ำสมุนไพร และน้ำซ่ากัญชา มาเป็นเวลา 1 ปีแล้ว ถือว่าได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี โดยส่วนตัวได้ศึกษาประโยชน์ของกัญชามานานกว่า 2 ปี และครอบครัวมีศักยภาพในการผลิตน้ำสมุนไพรมากว่า 20 ปี ทำให้สามารถจะนำกัญชามาต่อยอดกันอย่างได้ลงตัว
ปัจจุบันนี้มีน้ำสมุนไพรกัญชากว่า 20 ชนิด เช่น กระเจี๊ยบชากัญ กระชายชากัญ หญ้าหวานชากัญ กาแฟกัญชา ชาไข่มุกชากัญ และมะนาวชากัญ จำหน่ายในราคาขวดละ 35 บาท และปีนี้ได้ขยายแฟรนไชส์ในจังหวัดเชียงใหม่ไปแล้ว 4 สาขา