หลังจากนั้นนายสุชาติ กลับมาตอบอีกว่า ขอบคุณในความหวังดีจากใจ ผมเรียนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดของการส่ง พี่น้องผู้ใช้แรงงานคนไทยไปต่างประเทศ เป็นความรับผิดชอบของกระทรวงแรงงานที่ต้องดูแลอย่างดีเหมือนคนในครอบครัวอยู่แล้ว ขนาดคนงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศที่ไปแบบผิดกฎหมาย ที่ผ่านมา รัฐบาลช่วยเหลือทุกคนที่ขอความช่วยเหลือกลับมาที่กระทรวงครับ
และอีกโพสต์
ขอบคุณ ที่ท่าน ส.ส. ศิริกัญญา ได้มีความห่วงใยพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ผมขออนุญาตชี้แจงเพื่อให้เห็นตรงกันในข้อห่วงใยดังนี้นะครับ
ข้อที่1 การจ้างงานต่างประเทศ อาจจะไม่ได้มากขนาดนั้น เพราะว่าผมบอกแล้วว่า มงกุฎราชกุมาร ท่านบอกว่า 8 ล้านคน คือคนต่างชาติที่ทาง ซาอุดีอาระเบีย มีความต้องการ อัตราว่างงานเค้าอยู่ที6% คนประเทศเค้าอาจจะไม่มีความถนัดทางด้านช่างฝีมือ เหมือนคนไทย ผมว่าเราก็จัดส่งไปได้เท่าที่มีพี่น้องแรงงานคนไทยมีความต้อง มันเป็นหน้าที่ของกระทรวงคือ ทำให้คนไทยมีงานทำทั้งในประเทศและต่างประเทศ เราต้องมีให้เลือก งานในประเทศ นโยบายรัฐบาล มีทั้งเรื่อง ช่วยเหลือเยียวยา SME หัวละ3,000 โดยนายจ้างที่เข้าร่วมโครงการ ห้ามนำคนออกจากงาน เพื่อรักษาการจ้างงานคนงานในระบบ SME มี 5 ล้านกว่าคน ผมก็ต้องทำ เพื่อรักษาการจ้างงาน ส่วนเรื่องวัคซีน ม33 factory sandbox มีตรวจใน รง อุตสาหกรรมส่งออก รักษา แล้วฉีดวัคซีน ทำให้อุตสาหกรรมส่งออกเติบโต ต่างจากประเทศอื่นๆ โดยมีโบนัส ในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ โบนัส 7-8 เท่า ก็มาจากนโยบาย วัคซีนม33 ที่กระทรวงแรงงานทำเป็นนโยบายตามข้อห่วงใย จากท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ข้อ2 เรื่องสวัสดิการแรงงานการดูแลพี่น้องประชาชนแรงงานคนไทย ที่ไปทำงานต่างประเทศ เป็นสิ่งสำคัญ เป็นหัวใจมี่ท่านนายกรัฐมนตรีและผม ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ดังที่ผ่านมา พอเกิดเรื่องอะไร กระทรวงแรงงาน จะมีทูตแรงงานประจำในประเทศนั้นๆ ตั้งแต่ เจ็บป่วย รักษา ส่งกลับ หรือไม่ได้รับค่าแรง กระทรวงแรงงานและรัฐบาล ตั้งใจทำทุกเคสให้จบ ถ้าจำได้ เช่น คนงานไทยไปทำงานเกาหลีใต้ หลบหนีไปทำงาน ไม่แบบผิดกฎหมาย เมื่อมีญาติพี่น้อง แจ้งมาหรือแรงงานไทย แจ้งมาว่า เจ็บป่วย ค่ารักษาพยาบาล รัฐบาลกระทรวงแรงงานได้ให้ความสำคัญกับ พี่น้องประชาชนคนไทยทุกท่าน ขอขอบคุณที่ท่าน สส ได้ให้ความห่วงใยในเรื่องนี้ ผมทำเต็มที่ แม้กระทั่งที่ผ่านมามี สส พรรคท่านประสานมา ผมรีบทำให้สำเร็จทุกครั้ง นะครับ