แม้เพียงการเลือกตั้งซ่อม แต่เชื่อว่าจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ส่วนผลการแพ้ชนะครั้งนี้จะทำให้รัฐบาลพิจารณาผลงานตนเองว่า บริหารงานล้มเหลว ไม่มีผลงาน จากการที่ตนลงพื้นที่ ประชาชนต้องการให้รัฐบาล แก้ปัญหาเรื่องค่าครองชีพ อยากให้มีสวัสดิการมากกว่านี้ อย่างเช่นเบี้ยคนชรา ที่ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต หากถ้ารัฐบาลยังบริหารงานเช่นนี้ ในการเลือกตั้งวันที่ 30 มกราคม อาจจะไม่ใช่คู่แข่งของพรรคก้าวไกล และเชื่อว่าประชาชนสนับสนุนพรรคก้าวไกลมากขึ้น สวนทางกับความนิยมกับเจ้าของพื้นที่เดิม และตนเชื่อว่าการแข่งขันในเขตนี้จะมีเพียงแค่ 2 พรรคการเมือง แต่จะเป็นพรรคใดขอให้ติดตามดู พร้อมเชื่อว่าพรรคก้าวไกลเป็นพรรคหลักไม่ใช่พรรคสำรอง
ส่วนกรณีเหตุการณ์ประธานชุมชนไม่อนุญาตให้พรรคการเมืองเข้าไปหาเสียงในพื้นที่นั้น ต้องยอมรับว่า แต่ละชุมชนมีนโยบายที่แตกต่างกัน ซึ่งตนก็เคารพและเข้าใจได้ แต่เรื่องนี้ควรต้องแก้ไขในระยะยาวเพราะจะเป็นการตัดโอกาสประชาชนในการรับฟังนโยบาย หากในพื้นที่ได้รับข้อมูล ที่ไม่ทั่วถึงและจะเกิดผลเสียได้
นอกจากนี้ กำหนดการเข้าหาเสียงในพื้นที่ค่ายทหาร ตนมองเป็นข้อดี ที่เริ่มเห็นการปรับตัวของหน่วยงานรัฐ ที่เปิดพื้นที่ในค่ายทหาร โดยเนื้อหาการปราศรัยในวันพรุ่งนี้ (27 ม.ค.) จะเป็นนโยบายของพรรค รวมถึงเรื่องของการปฏิรูปกองทัพให้ทันสมัย โดยเฉพาะทหารชั้นผู้น้อยที่ควรได้ได้รับสวัสดิการที่เพิ่มขึ้นด้วย
ส่วนการปราศรัยใหญ่ในวันที่ 28 มกราคมนี้ พรรคก้าวไกล พร้อมจัดชุดใหญ่ จะเปลี่ยนความเดือดที่มีในสภา มาอยู่ในการปราศรัยให้ประชาชนได้รับฟังครั้งนี้ และนี่คือโอกาสของประชาชนชาวหลักสี่-จตุจักร ที่จะต้องทบทวนตัวเองว่าตลอด 3 ปีที่ผ่านมาได้อะไรบ้าง ซึ่งประชาชนสามารถสื่อกับรัฐบาลโดยตรงผ่านการเลือกตั้งครั้งนี้ ดังนั้นประชาชนต้องร่วมกันกำหนดได้ด้วยการออกมาใช้สิทธิ์ เพื่อสะท้อนไปยังรัฐบาล แม้ว่าจะตรงกับวันหยุดตรุษจีน แต่อยากให้ออกมาใช้สิทธิ์ เพื่อเปลี่ยนแปลงรัฐบาล และเพิ่มเสียงในสภาในช่วงเวลาที่รัฐบาลยังเหลืออยู่
สำหรับในวันที่ 30 มกราคมนี้ พรรคก้าวไกล เตรียมจับตาทุกหน่วยเลือกตั้งแน่นอน และจะทำให้มั่นใจได้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ จะไม่ทำให้เกิดข้อครหาเหมือนการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ส่วนในเรื่องพยานหลักฐานต่างๆในการทุจริตเลือกตั้งครั้งนี้ จะชี้แจงอย่างเป็นทางการอีกครั้งเมื่อมีหลักฐานที่ชัดเจน
พรรคพลังประชารัฐ นางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ผู้สมัคร เบอร์ 7 ลงพื้นที่ ซอยเสือใหญ่ โดยชูนโยบาย"รักลุงตู่ กาเบอร์ 7" และรักการทำงานของพลเอกประยุทธ์ ก็ขอให้เลือก สรัลรัศมิ์ เข้าไปทำงานในสภา ซึ่งมีประชาชนให้การตอบรับเป็นอย่างดี
โดยนางสรัลรัศมิ์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี เดินทางเยือน "ซาอุดีอาระเบีย" ตามคำเชิญของเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด มกุฎราชกุมาร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย
"การทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยของท่านพล.อ.ประยุทธ์ จะเห็นว่าท่านมีความมุ่งมั่นและมีเป้าหมายที่จะทำเพื่อประโยชน์ของประเทศและคนไทย ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ท่านดำรงตำแหน่ง เราก็จะได้เห็นการทำหน้าที่แบบไม่มีวันหยุดพักผ่อนเลย ดิฉันจึงยึดถือท่านเป็นแบบอย่างในการทำงานดูแลพี่น้องชาวหลักสี่-จตุจักร มาโดยตลอดว่าเราจะมาคิดว่าเหนื่อยคิดท้อไม่ได้ เพราะขนาดท่านดูแลคนทั้งประเทศ ท่านก็ยังเดินหน้าทำเพื่อประชาชนโดยไม่เคยปริปากบ่นสักคำ"