ตัวแปรชี้ขาดการเลือกตั้งซ่อมหลักสี่
25 ม.ค. 2565 | sutthirak

เลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขตหลักสี่-จตุจักร (บางส่วน) แทน"สิระ เจนจาคะ"กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย และเริ่มนับถอยหลังวันหย่อนบัตร 30 ม.ค.นี้แล้ว ชัยชนะครั้งนี้ชี้ขาดกันที่ "ตัวแปร"
ข่าว
25 ม.ค. 2565 | sutthirak

เลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขตหลักสี่-จตุจักร (บางส่วน) แทน"สิระ เจนจาคะ"กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย และเริ่มนับถอยหลังวันหย่อนบัตร 30 ม.ค.นี้แล้ว ชัยชนะครั้งนี้ชี้ขาดกันที่ "ตัวแปร"
การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขตหลักสี่-จตุจักร (บางส่วน) แทนนายสิระ เจนจาคะ ที่ต้องพ้นจากส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย และเริ่มนับถอยหลังไปสู่วันหย่อนบัตร 30 ม.ค.นี้แล้ว
แต่ต้องยอมรับว่า การเลือกตั้งซ่อมหนนี้การสู้กันของผู้สมัคร ทั้ง 8 พรรค ไม่ได้ดุเดือด เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งซ่อม จ.สงขลา เขต 6 และจ.ชุมพร เขต 1
ปัจจัยที่หนึ่ง เป็นเพราะสนามนี้ พรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้ส่งผู้สมัครชนกัน โดยพรรคประชาธิปัตย์ อ้างแบบแมนๆ เพื่อรักษา "มารยาทการเมือง" เพราะเขตนี้เก้าอี้เดิมของพลังประชารัฐ ก็เลยทำให้สนามนี้ เป็นการสู้กันระหว่างฝ่ายรัฐบาล กับฝ่ายค้าน หรือฝ่าย"เอานายกฯลุงตู่" กับ "ไม่เอานายกฯลุงตู่" เป็นหลัก เท่านั้น
ปัจจัยที่สอง "ผู้สมัคร 8 คน" เมื่อเช็กชื่อสอบประวัติกันอย่างดีแล้ว บรรดาเซียนการเมือง ก็วิเคราะห์ว่า จะสู้กันดุเดือดอยู่เพียง 5 คนเท่านั้น คือ
1."สรัลรัศมิ์ เจนจาคะ" หรือมาดามหลี ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ
2."อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี" ผู้สมัครจากพรรคกล้า
3."สุรชาติ เทียนทอง" ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย
4."กรุณพล เทียนสุวรรณ" ผู้สมัครจากพรรคก้าวไกล
และ5."พันธุ์เทพ ฉัตรนะรัช" ผู้สมัครพรรคไทยภักดี
ปัจจัยที่สาม "ฐานเสียง" พบว่า "สรัลรัศมิ์" กับ "พันธุ์เทพ" และ "อรรถวิชช์" มีฐานเสียงเดียวกัน ขณะที่ "สุรชาติ" กับ "กรุณพล" ก็มีฐานเสียงเดียวกัน นั่นเท่ากับมีอาจตัดคะแนนกันเอง
"สรัลรัศมิ์" กับ "อรรถวิชช์" ต้องชิงคะแนนกันเอง ถึงแม้เจ้าของพื้นที่เดิมจะเป็นของ "สิระ" แต่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังชัยชนะ ก็คือ "สกลธี ภัททิยกุล" จากกลุ่ม กปปส. ซึ่งขณะนั้นรับผิดชอบพื้นที่ กทม.ให้กับพลังประชารัฐ แต่เลือกตั้งครั้งนี้ ถอนตัวออกจากพรรคไปแล้วและเหมือนว่าจะหันไปสนับสนุนเกลอเก่าอย่าง "อรรถวิชช์" ที่ก็เคยเป็นส.ส.เขตนี้ มาแล้ว
"พันธุ์เทพ" มีโอกาสเป็นตัวแปรในเขตนี้ โดยได้แรงเชียร์ จาก นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ซึ่งประกาศชัดเจนแล้วไม่สนับสนุนพลังประชารัฐ
ดังนั้น ผู้สนับสนุนของทั้ง 3 คนอยู่นอกพรรคทั้งสิ้น
ขณะที่คู่ของ "สุรชาติ" กับ "กรุณพล" เป็นการสู้กันในพื้นที่จริง กับ สนามออนไลน์ ต้องยอมรับว่า "สุรชาติ" ทำพื้นที่ต่อเนื่องเป็นจุดแข็งที่แม้แพ้เลือกตั้งแต่ไม่ทิ้งพื้นที่ แต่"กรุณพล" ก็มีชื่อเสียงทั้งในแง่การแสดงจุดยืน และการร่วมชุมนุม เป็นทุน บวกกับกระแสในออนไลน์ ที่พรรคก้าวไกล ทำมาดี คู่นี้ "ตัวแปร" น่าจะอยู่ที่คนกระแสในออนไลน์ อยู่ที่ว่าคนในโลกออนไลน์จะไหลลงมาสู่หีบเลือกตั้ง ได้หรือไม่
ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขตหลักสี่
นายพันธุ์เทพ ฉัตรนะรัช ผู้สมัคร พรรคไทยภักดี ได้เบอร์ 1
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้สมัคร พรรคกล้า ได้เบอร์ 2
นายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัคร พรรคเพื่อไทย ได้เบอร์ 3
นางสาวกุลรัตน์ กลิ่นดี ผู้สมัคร พรรคยุทธศาสตร์ชาติ ได้เบอร์ 4
นายรุ่งโรจน์ อิบรอฮีม ผู้สมัคร พรรคไทยศรีวิไลย์ ได้เบอร์ 5
นายกรุณพล เทียนสุวรรณ ผู้สมัคร พรรคก้าวไกล ได้เบอร์ 6
นางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ผู้สมัคร พรรคพลังประชารัฐ ได้เบอร์ 7
นายเจริญ ชัยสิทธิ์ ผู้สมัคร พรรคครูไทย ได้เบอร์ 8
สู้เดือด 5 พรรค 5 คน
นายพันธุ์เทพ ฉัตรนะรัช ผู้สมัครพรรคไทยภักดี
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้สมัคร พรรคกล้า
นายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัคร พรรคเพื่อไทย
นายกรุณพล เทียนสุวรรณ ผู้สมัคร พรรคก้าวไกล
นางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ
ผู้สมัครตัดคะแนนกันเอง กลุ่มหนึ่ง
นางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ผู้สมัคร พรรคพลังประชารัฐ
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้สมัคร พรรคกล้า
นายพันธุ์เทพ ฉัตรนะรัช ผู้สมัครพรรคไทยภักดี
ตัวแปร
นายสกลธี ภัททิยกุล
นพ.เหรียญทอง แน่นหนา
ผู้สมัครตัดคะแนนกันเอง กลุ่มสอง
นายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัคร พรรคเพื่อไทย
นายกรุณพล เทียนสุวรรณ ผู้สมัคร พรรคก้าวไกล
ตัวแปร
กระแสโซเชียล