ทางด้านนางเยาวลักษณ์ ไชยสาร อายุ 60 ปี เป็นเจ้าของบ้านคู่กรณีที่สร้างโรงจอดรถบนถนน เล่าว่าโรงรถแห่งนี้ก่อสร้างมาได้ 5 ปีแล้ว ซึ่งได้ก่อสร้างบริเวณหน้าบ้านตน โดยได้เคยถามประธานหมู่บ้านแล้วก่อนสร้างแล้ว เขาก็บอกว่าสามารถสร้างได้ ไม่ได้กีดขวางใครเพราะเป็นซอยตัน แต่ถ้ามีบ้านหลังสุดท้ายมาอยู่ตนก็พร้อมที่จะรื้อถอนให้ เรื่องต้นไม้ที่ตนไปรดน้ำนั้นก็ปลูกที่หน้าบ้านตนไม่ได้รุกล้ำที่ใคร ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากเพื่อนบ้านคู่กรณีต้องการจะนำรถมาจอดในซอยนี้ แล้วไม่ให้จอดเพราะเป็นพื้นที่หน้าบ้าน เขาก็เลยแกล้งจอดรถล้ำหน้าบ้านเขาออกมาทำให้ลูกสาวนำเอารถเข้ามาจอดไม่ได้จึงมีปากเสียงกัน
ส่วนเรื่องกระถางต้นไม้ที่อยู่ข้างกำแพงบ้านเขามันมีมาตั้งแต่ก่อสร้างหมู่บ้านแล้ว ไม่ใช่ของบ้าน เป็นของเจ้าของบ้านเก่าซึ่งเขาเป็นคนอนุญาตให้ปลูกได้ ก็ปลูกต้นไม้ดูแลรดน้ำเรื่อยมา ก็ไม่เคยเห็นเขามาบอกมาบอกว่ามีน้ำไหลเข้าบ้านเข้าเลย และต้นไม้ที่ปลูกก็เป็นต้นไม้เล็กๆไม่ใช่ต้นไม้สูง ก็รดน้ำต่ำๆ แล้วน้ำจะไปเข้าบ้านหน้าต่างบ้านเข้าได้ยังไง ว่าคู่กรณีต้องการหาเรื่องบ้านเพราะไม่พอใจเรื่องที่เขาไม่ได้ที่จอดรถข้างบ้านมากกว่า
ในเวลาต่อมานายสุธี รังสรรค์ศุภโร วิศวกรโยธา สำนักการช่างเทศบาลนครปากเกร็ด ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พื้นที่ที่เกิดข้อพิพาทแล้ว โดยในเบื้องต้นพบว่าโรงจอดรถดังกล่าวสดำเนินการก่อสร้างโดยไม่ได้ขออนุญาตจากทางเทศบาล มีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารก่อสร้าง ซึ่งจะมีการดำเนินการตามกฏหมายต่อไป