กลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ แจ้งความต่อ บก.ปปป ขอให้สอบสวนกระทรวงอุตสาหกรรม อนุญาตประทานบัตรเหมืองแร่ทองคำ ให้กับบริษัท อัคราฯ เข้าข่ายผิดพ.ร.บ.แร่ 2560 และเข้าข่ายฮั้วประมูล

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ตัวแทนกลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ ราว 20 คน นำโดยนางวันเพ็ญ พรมรังสรรค์ และนางอารมย์ คำจริง เดินทางมายื่นหน้งสือ ต่อนายกรัฐมนตรี  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยื่นต่อประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และยื่นต่อกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป) เพื่อขอให้เร่งรีบ ตรวจสอบ สอบสวน ดำเนินคดี และตั้งนายวิชา มหาคุณ เป็นประธานสอบสวนข้อเท็จจริง จากกรณี พิรุธคดีพิเศษที่ 17/2559 ข้อหาขุดถนนทำเหมืองทองคำนอกเขตประทานบัตรเคยหายไปจากสำนวนคดี ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ 

กลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี

นางวันเพ็ญ เปิดเผยว่า เนื่องจากหนังสือชี้แจงจากอัยการคดีพิเศษ แจ้งมายังกลุ่มฯ ปรากฎว่าได้เปลี่ยนตัวผู้ร้องในคดีพิเศษที่ 17/2559 เป็นบุคคลอื่น ที่ชาวบ้านไม่รู้จัก และไม่ใช่ผู้รับมอบอำนาจจากชาวบ้าน และอัยการแจ้งว่าผู้ร้องเดิมคือกลุ่มชาวบ้าน เป็นคนนอกคดี กรณีดังกล่าวนี้เป็นความผิดปกติอันจะก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง ต่อรูปคดี ที่ต้องเร่งสอบสวนข้อเท็จจริงด่วน

กลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี

ดังนั้น กลุ่มฯ จึงขอให้นายกรัฐมนตรี เร่งรีบดำเนินการตั้งนายวิชา มหาคุณ เป็นประธานสอบสวนข้อเท็จจริงต่อกรณีดังกล่าวทั้งหมดนี้ด่วนที่สุด 

ยื่นเรื่องต่อประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน

และต่อมาเวลา 10.00 น เดินทางไปยื่นเรื่องต่อประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เพื่อขอให้เร่งรีบดำเนินการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ และ อัยการ ที่รับผิดชอบสำนวนคดีเหมืองทองคำ ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยชอบหรือไม่ และ ฝ่าฝืนต่อจริยธรรมหรือไม่ เพื่อส่งต่อผลการสอบสวนข้อเท็จจริงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป 

ร้องบก.ปปป.เอาผิดก.อุตสาหกรรมอนุญาตประทานบัตรเหมืองทองอัครา

และในเวลา 11.00 น เดินทางไปยื่นเรื่องต่อ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(บก.ปปป)  ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เพื่อขอให้สอบสวนหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 17/2559 และ อัยการที่เกี่ยวข้อง ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ และขอให้สอบสวนกรณีการอาจจะอนุญาตให้ทำเหมืองทองคำในพื้นที่ที่ไม่ได้ขอประทานบัตร โดยหากพบว่าเป็นการกระทำความผิดก็ขอให้ดำเนินคดีเอาผิดตามกฎหมายให้ถึงที่สุดต่อไป

กลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ แจ้งความต่อบก.ปปป.

นางวันเพ็ญ เผยว่า ขณะนี้กลุ่มฯ ได้ทราบจากข่าวว่ากระทรวงอุตสาหกรรม ได้อนุญาตประทานบัตรให้กับบริษัท อัคราฯ  จึงได้แจ้งความเพิ่มเติม ต่อ บก.ปปป ให้สอบสวนว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ได้อนุญาตประทานบัตรให้กับบริษัท อัคราฯ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวหรือไม่ เนื่องจาก กฏหมาย พ.ร.บ แร่ 2560 มีบทบัญญัตของกฏหมายในมาตรา 19 ต้องประกาศเขตแหล่งแร่ มาตรา 21 ต้อง ประกาศให้มีการประมูลแข่งขันอย่างเป็นธรรม 

 

ดังนั้น แม้ว่าบริษัท อัคราฯ จะเคยได้สิทธิเดิมตามมาตรา 188 แต่ก็เป็นเพียงสิทธิ ที่ไม่อาจอนุญาตโดยไม่ผ่านการประกาศเขตแหล่งแร่ และ ไม่ผ่านการประมูล ตามมาตรา 19 และ มาตรา 21 ได้ เพราะจะต้อง ปฏิบัติตามกฏหมายฉบับนี้

กลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ แจ้งความต่อบก.ปปป.

ถ้าหากกระทรวงอุตฯ อนุญาตประทานบัตรให้กับบริษัทอัคราฯ ตามที่ปรากฏเป็นข่าว ก็จะเป็นการทำผิดกฏหมาย พ.ร.บ.แร่ 2560 มาตรา 19 มาตรา 21 และยังเป็นการทำผิดกฏหมายว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) มาตรา 9 มาตรา 10 มาตรา 11 มาตรา 12 มาตรา 13 ซึ่งกรณีนี้ บริษัท อัคราฯ ก็จะมีความผิดฐานเป็นตัวการร่วม

 

กลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและ ทองคำ จึงได้เข้าแจ้งความต่อ บก.ปปป เพื่อขอให้สอบสวน โดยหากพบว่ามีการอนุญาตประทานบัตร ให้กับบริษัท อัคราฯ จริงตามที่ปรากฏเป็นข่าว ก็ขอให้ดำเนินคดีเอาผิดตามกฏหมายให้ถึงที่สุดต่อไป

กลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ แจ้งความต่อบก.ปปป.

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด หรือ ‘คิงส์เกต’ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) เผยแพร่ข่าวผ่านเว็บไซต์ของบริษัทฯ ว่า ขณะนี้ บริษัทฯได้รับอนุมัติใบอนุญาตประทานบัตรเหมืองแร่ 4 ฉบับ ในพื้นที่เหมืองทองคำชาตรี จากรัฐบาลไทย อายุประทานบัตร 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.64

 

“การอนุมัติดังกล่าวจะทำให้เหมืองทองคำชาตรี สามารถกลับมาเปิดดำเนินการได้อีกครั้ง การเปิดเหมืองทองคำชาตรีครั้งนี้ จะช่วยสร้างโอกาสการเติบโตในมูลค่าที่สูงให้กับบริษัทฯ ชุมชนท้องถิ่น ภาคธุรกิจ และเศรษฐกิจไทย ซึ่งแม้ว่าขณะนี้ยังมีรายการเพิ่มเติมบางส่วนยังคงอยู่ระหว่างเจรจา แต่การจัดลำดับความสำคัญยังคงอยู่ที่การกลับมาเปิดเหมืองอีกครั้ง”

 

สำหรับใบอนุญาตประทานบัตรฯ 4 ฉบับที่ คิงส์เกต ได้รับอนุมัติจากรัฐบาลไทย ประกอบด้วย 1.ประทานบัตรฯ เลขที่ 26910/15365 2.ประทานบัตรฯ เลขที่ 26911/15366 3.ประทานบัตรฯ เลขที่ 26912/15367 และประทานบัตรฯ เลขที่ 25528/14714

 

นายรอส สมิธ-เคิร์ก ประธานกรรมการบริหาร ประธานกรรมการบริหาร คิงส์เกต ระบุว่า จุดสนใจหลักในขณะนี้ คือ การทำให้เหมืองทองคำชาตรีกลับมาดำเนินการโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้…”