ด้านนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวเสริมว่า ตนได้ทราบรายละเอียดข้อมูลจากพลเรือโท ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เกี่ยวกับแนวทางการไขปัญหาเรือบรรทุกน้ำมันอับปางบริเวณกลางอ่าวไทย
เบื้องต้นได้ตรวจสอบพิกัดจุดเกิดเหตุ พบมีแหล่งทรัพยากรทางทะเลที่สำคัญ 2 แหล่ง ในบริเวณใกล้เคียง ได้แก่ แหล่งปะการังบริเวณเกาะง่ามใหญ่ ไปทางทิศตะวันตกของจุดเกิดเหตุ ประมาณ 25 กิโลเมตร เนื้อที่ 37 ไร่ รวมถึง บริเวณอำเภอปะทิว เกาะร้านเป็ด เกาะร้านไก่ จังหวัดชุมพร และแหล่งหญ้าทะเลบริเวณอ่าวบ่อเมา และอ่าวทุ่งมหา ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ประมาณ 32 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่กว่า 114 ไร่
ทั้งนี้ จากการสังเกตเบื้องต้นและจากการบินสำรวจพบคราบน้ำมันเป็นฟิล์มบางๆ ที่ผิวน้ำ บางจุดมีแผ่นน้ำมันลอยเห็นชัดและมีกลิ่นแรง แต่เป็นบริเวณไม่กว้างมาก พร้อมให้เจ้าหน้าที่ประเมินสถานการณ์โดยใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ พบว่า ทิศทางของกระแสน้ำและกระแสลมจะพัดขึ้นไปบริเวณทิศเหนือของจุดเกิดเหตุซึ่งจะไม่มีผลกระทบต่อแหล่งปะการังและหญ้าทะเล
อย่างไรก็ตาม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้จัดส่งเรือตรวจการณ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จำนวน 2 ลำ พร้อมทีมนักวิชาการและเจ้าหน้าที่ติดตามและเฝ้าระวังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วนกรณีมีการเปลี่ยนแปลงทิศทางของคลื่นลมที่จะส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเล พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำบริเวณดังกล่าวเพื่อวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ
อีกทั้ง หากพบสัตว์ทะเลที่ว่ายเข้าใกล้บริเวณดังกล่าว จะได้ให้การช่วยเหลือและป้องกันได้อย่างทันท่วงที สำหรับแผนการเก็บกู้น้ำมันและแผนการกู้เรือ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ประสานงานกับกรมควบคุมมลพิษ กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า และหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแล้ว โดยคาดว่าจะเก็บกู้คราบน้ำมันได้ภายใน 7 วัน และจะดำเนินการกู้เรือภายใน 15 วัน
อนึ่ง ทางกองทัพเรือได้เตรียมจัดส่งเรือหลวงบางระจันพร้อมยาน Seafox-i เพื่อสำรวจสภาพเรือ ป. อันดามัน 2 ที่อับปางที่ได้รับแจ้งจากลูกเรือว่าได้ปิดซีลวาล์วถังน้ำมันเรียบร้อยแล้วจริงหรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะถึงพื้นที่เกิดเหตุในวันพรุ่งนี้ (25 มกราคม 2565) เวลาประมาณ 08.00 น. นายโสภณ กล่าวชี้แจง