แหล่งข่าวเผยว่า ในการนำชี้ที่ดินตามโฉนดบนเกาะนุ้ยนอก มีการนำชาวบ้าน 3 ราย ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินแปลงข้างเคียงโฉนดมานำชี้ ส่วนโฉนดอีกด้านเป็นทะเล จะต้องให้กรมทรัพยากรชายฝั่งยืนยัน ในส่วนพยานมีการเตรียมการมาอย่างดี แต่เนื่องจากเป็นชาวบ้าน เมื่อเจ้าหน้าที่สอบไปหลายๆ ประเด็นมีหลุดคำสารภาพซึ่งเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการสอบสวน ขณะที่บางรายให้การวกไปวนมา และบางรายแม้เจ้าหน้าที่ถามในเรื่องอื่นๆ ก็จะตอบเฉพาะในเรื่องที่เตรียมกันมา
สำหรับการสอบพยานบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินแปลงข้างเคียงโฉนด จะต้องนำไปประกอบกับหลักฐานเอกสาร นั่นคือ ส.ค.1 ที่นำไปขอออกโฉนด และนอกจากนี้พื้นที่จ.กระบี่ ไม่อยู่ในเขตประกาศให้มีการเดินสำรวจเพื่อออกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน โดยข้อมูลที่คณะพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับ นั่น ตรงกับข้อมูลของ ป.ป.ช.กระบี่ และหน่วยงานอื่นที่ลงพื้นที่สอบสวนไปก่อนหน้านี้
ประเด็นต่อมา มีการประเมินราคาเกาะนุ้ยนอก โดยกรมที่ดิน ประเมินราคาเพียง 3- 5 ล้านเท่านั้น แต่เนื่องจากผู้ที่เป็นเจ้าของที่ดิน เป็นเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ และรับราชการอยู่ในกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นเวลานาน ย่อมจะต้องรู้ว่า ที่ดินใด เอกสารสิทธิ์ ชอบด้วยกฏหมายที่ดิน หรือไม่ อย่างไร หรือออกทับที่ป่าหรือไม่ เรื่องนี้จะต้องเป็นหน้าที่ของ คณะกรรมการสอบสวนด้านวินัย ที่สอบสวนข้อเท็จจริงก่อน หากข้อเท็จจริงมีมูล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ น่าจะต้องตั้งกรรมการวินัยเพื่อสอบสวนต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ได้ตรวจสอบเอกสาร และพบพิรุธ การเดินทางไปราชการและการใช้เครื่องมือพิเศษ จนเป็นที่สงสัย ว่า ผู้ที่ซื้อที่ดินจากเจ้าของโฉนดที่ดินเดิมซึ่งเป็นชาวบ้าน ร่วมขบวนการออกเอกสารสิทธิ์เพียงแค่เกาะนุ้ยนอก ที่เดียวหรือพัวพันธ์ที่ดินที่น่าจะออกมิชอบ ทั้งกระบี่ และพังงา ในพื้นที่ที่มีศักยภาพที่น่าจะลงทุนเพื่อพัฒนารองรับการท่องเที่ยวหรือการก่อสร้างที่พักเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในทำเลดี หรือไม่ประการใด
ดังนั้น จะต้องติดตามต่อไปว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะสามารถตอบสังคมให้กระจ่างกับพฤติกรรมเจ้าหน้าที่รัฐครอบครองที่ป่า และเอกสารสิทธิ์ชอบหรือไม่ประการใด ณ ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ
สำหรับผู้มีชื่อเป็นเจ้าของโฉนดเกาะนุ้ยนอก เนื้อที่ 5 ไร่เศษ นั้น เป็นข้าราชการในกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยการทาบโอนมาจาก ป.ป.ง.และ เป็นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ ในห่วงที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ เป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เคยเป็นพนักงานสอบสวนคดีป่าไม้ที่ดิน คดีสำคัญหลายคดี อาทิ คดีบุกรุกออกเอกสารสิทธิ์ทับป่ากะปง อ.กะปง จ.พังงา และมีความสนิทคุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่ที่ดินหลายระดับเนื่องจากรับราชการในกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องทำงานสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน หลายระดับชั้น