นางสาวศรี ปานสูง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส.ดี.เจ.อินเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “เราได้ทำงานร่วมกับโลตัสมาเป็นเวลากว่า 10 ปี ตั้งแต่ปี 2550 โดยเริ่มจากการผลิตถุงขยะสีดำให้กับทางโลตัส ในปี 2559 บริษัทและโลตัสได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น เราได้ร่วมกันพัฒนาและผลิตถุงขยะที่มีสีและกลิ่นภายใต้แบรนด์โลตัส ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีมากจากลูกค้า อีกทั้งโลตัส ยังช่วยเพิ่มขีดจำกัดของบริษัท ทำให้มีสินค้าใหม่ๆออกสู่ตลาดอยู่เสมอ พร้อมยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง จนนำมาสู่การส่งออกไปยัง โลตัส มาเลเซีย ในปี 2561 ช่วยให้เราสามารถเปิดโรงงานแห่งที่สองขึ้นได้ เพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ”
นายธนากร ลิ้มธานินทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สวิทซเฟลคซ จำกัด กล่าวว่า “เราเริ่มเป็นคู่ค้ากับโลตัสในปีที่ผ่านมา โดยในช่วงเริ่มต้นมีสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าวางจำหน่ายที่โลตัส 6 รายการ ตลอดช่วงระยะเวลาที่มีสถานการณ์โควิด-19 โลตัส ให้การสนับสนุนเราอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเพิ่มจำนวนสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านมากยิ่งขึ้น และด้วยช่องทางการจำหน่ายของโลตัสที่กว้างขวาง ทั้งสาขาและบนช่องทางออนไลน์ ทำให้การเติบโตและจำนวนสินค้าของเราที่วางขายในโลตัส มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนในปัจจุบันเรามีสินค้า กว่า 40 รายการ และสินค้าส่วนหนึ่งเป็นสินค้าที่มีจำหน่ายเฉพาะที่โลตัสเท่านั้น โดยในแคมเปญนี้ เรามีสินค้าคุณภาพดีไซน์สวย มากมายนำเสนอให้กับลูกค้า อาทิ เครื่องอบแห้ง เตารีดไอน้ำไร้สาย และเครื่องดูดฝุ่น”
โครงการ “รวมพลังลดใหญ่ สนับสนุน SME ไทยให้เติบโตไปด้วยกัน” รวบรวมสินค้าจากผู้ประกอบการ SME กว่า 1,600 ราย และกว่า 17,000 รายการ มาร่วมจัดทำโปรโมชั่นและการสื่อสาร ตั้งแต่ 6 มกราคม – 2 มีนาคม พ.ศ. 2565 อาทิ อโวคาโดไทย, พีเอฟพีเต้าหู้ชีส, กางเกงขาสั้นหลากสี, เครื่องอบผ้าแห้ง ALTEC, เครื่องทำป๊อปคอร์น ALECTRIC, ชีววิถีแชมพูสมุนไพรน้ำมันมะพร้าว, ถุงขยะกลิ่นกุหลาบ, และ มิสเตอร์โปเตโต้แครกเกอรซาวครีมหัวหอม ลูกค้าและประชาชนที่สนใจ สามารถสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ได้แล้ว บนช่องทางออนไลน์ และที่โลตัสกว่า 2,100 สาขาทั่วประเทศ
“โลตัส จะเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ต่อไป พร้อมต่อยอดการเป็น ‘แพลทฟอร์มแห่งโอกาส’ ให้กับผู้ประกอบการ SME และเกษตรกรไทย ให้มีรากฐานที่มั่นคงและสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน” นายสมพงษ์ กล่าวสรุป