จุดเริ่มต้นการเผยแพร่พุทธศาสนา
ช่วงแรกที่อยู่ในเวียดนาม ท่านได้พยายามฟื้นฟูพระพุทธศาสนาด้วยการเขียนบทความ แต่กลับได้รับการต่อต้านจากผู้นำองค์กรชาวพุทธและรัฐบาลเป็นอย่างมาก
กระทั่งในปี พ.ศ. 2505 ท่านได้รับทุนไปศึกษาศาสนาเปรียบเทียบ ณ มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน สหรัฐอเมริกา ท่านได้ศึกษาที่นั่นเป็นเวลา 1 ปี แม้จะได้รับทุนจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียต่อ แต่ท่านตัดสินใจเดินทางกลับเวียดนามเพื่อก่อตั้ง รร.ยุวชนรับใช้สังคมผ่านการทำงานด้านความร่วมมือระหว่างพระพุทธศาสนานิกายมหายานและเถรวาทในเวียดนาม ที่นี่ ท่านพยายามสอนแนวคิดเรื่องพระพุทธศาสนา เพื่อฟื้นฟูความเสียหายจากสงคราม รณรงค์ให้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คือ รณรงค์ให้หยุดการสนับสนุนสงความโดยเฉพาะการแทรกแซงของสหรัฐฯ ท่านพยายามพัฒนาวงการสงฆ์ด้วยการสอนและเขียนในสถาบันพระพุทธศาสนาชั้นสูง จนมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ (Martin Luther King , Jr) เสนอพระอาจารย์ชื่อ ติช นัท ฮันห์ เข้ารับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ โดยกล่าวว่า
"ข้าพเจ้าไม่รู้จักใครเป็นการส่วนตัวอีกที่จะมีคุณค่าพอสำหรับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ
นอกเหนือไปจากพระผู้มีเมตตาจากเวียดนามผู้นี้"
แต่การรณรงค์เพื่อหยุดการสนับสนุนสงครามของท่านทำให้รัฐบาลเวียดนามที่ถึงแม้จะรวมประเทศได้แล้วก็ตาม ไม่ยอมรับท่าน และปฏิเสธการเข้าประเทศของท่าน ทำให้ท่านต้องลี้ภัยอย่างเป็นทางการที่ประเทศฝรั่งเศส และก่อตั้ง "หมู่บ้านพลัม" ในปี พ.ศ. 2525
รู้จัก “หมู่บ้านพลัม”
"หมู่บ้านพลัม" เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของชุมชนสงฆ์ ตั้งอยู่ที่เมืองบอร์โดซ์ ประเทศฝรั่งเศส หมู่บ้านพลัมนี่เองเป็นวถานที่ที่ท่านสร้างหลังจากลี้ภัยอย่างไปยังรฝรั่งเศสเมื่อเวียดนามปฏิเสธการกลับเข้าประเทศ งานของติช นัท ฮันห์ ได้รับการสานต่อโดนชุมชน "หมู่บ้านพลัมนานาชาติ" ซึ่งเป็นเครือข่ายรากหญ้าระดับโลกที่นักบวชผู้นี้ก่อตั้งขึ้น ปัจจุบันมีชุมชนการปฏิบัติธรรมแห่งหมู่บ้านพลัมกระจายอยู่ในหลายประเทศ อาทิประเทศฝรั่งเศส อเมริกา เยอรมัน ฮ่องกง และล่าสุดที่ประเทศไทยโดยมีนักบวชกว่า 500 รูป จาก 20 ประเทศทั่วโลก และมีกลุ่มปฏิบัติธรรมตามแนวทางหมู่บ้านพลัม หรือ “สังฆะ” เกือบหนึ่งพันกลุ่ม กระจายอยู่ใน 31 ประเทศทั่วโลก
ด้วยเหตุดังกล่าว ท่านจึงตัดสินใจลี้ภัยอย่างเป็นทางการในฝรั่งเศส และก่อตั้งหมู่บ้านพลัม ที่มืองบอร์โดซ์ ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส เป็นชุมชนสงฆ์และสถานปฏิบัติธรรม เผยแพร่หลักคำสอนนิกายเซน และมีการขยายสังฆะหรือชุมชนออกไปอีกมากกว่า 10 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย
ในช่วงปี 2557 พระอาจารย์ ติช นัท ฮันห์ มีความเจ็บป่วยเนื่องจากมีเลือดออกในสมอง หลังจากนั้นจึงต้องเฝ้าระวังดูแลอาการอย่างใกล้ชิด เพราะท่านอายุมากแล้ว ในช่วงบั้นปลายชีวิต สุขภาพของหลวงปู่ติช นัท ฮันห์ ทรุดโทรมลงตามวัย รัฐบาลเวียดนามอนุญาตให้ท่านเดินทางกลับประเทศได้ และจำพรรษาอยู่ที่อยู่ที่วัดตื่อเฮี้ยว จนกระทั่งวาระสุดท้ายก่อนที่จะมรณภาพลงอย่างสงบในเวลาเที่ยงคืนของวันเสาร์ที่ 22 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา
ผลงานเขียน ของท่านมีมากมายหลายเล่ม เน้นการมีสติ รู้ ตื่น อยู่กับปัจจุบัน เล่มที่มีชื่อเสียงกลายเป็นหนังสือธรรมะชื่อดังระดับโลก และมีการแปลออกมาหลายภาษา ได้แก่
ปาฏิหาริย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ
สันติภาพทุกย่างก้าว
ปัจจุบันเป็นเวลาประเสริฐสุด
ศานติในเรือนใจ
เดิน วิถีแห่งสติ [Walking Meditation]
ดวงตะวัน ดวงใจฉัน
ทางกลับคือการเดินทางต่อ
กุญแจเซน
สายน้ำแห่งความกรุณา
วิถีแห่งบัวบาน
คือเมฆสีขาว ทางก้าวเก่าแก่ วรรณกรรมพุทธประวัติในทัศนะใหม่ เล่ม 1-2 / Old Path White Clouds : Walking in the Footsteps of the Buddha
ความเคลื่อนไหวล่าสุดทาง เว็บไซต์อัลจาซีรา ได้ยกย่องพระอาจารย์ ติช นัท ฮันห์ ในฐานะเป็นทั้งกวีและนักเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพ ซึ่งได้ลี้ภัยทางการเมืองจากประเทศเวียดนาม บ้านเกิด มาใช้ชีวิตในต่างแดนเกือบ 40 ปี หลังจากติช นัท ฮันห์ ได้รณรงค์เรียกร้องให้ยุติสงครามในเวียดนาม แต่ต่อมา ติช นัท ฮันห์ คือ ภิกษุในพุทธศาสนา ที่มีอิทธิพลอย่างมากเป็นลำดับที่สอง รองจากองค์ดาไลลามะ ผู้นำจิตวิญญาณแห่งทิเบต