เรื่องของบุคลากรสาธารณสุขที่รวมอยู่ในส่วนของการถ่ายโอนรพ.สต.ไปด้วย ซึ่งจากเดิมอยู่ภายใต้ร่มของกระทรวงสาธารณสุข ต้องย้ายไปสังกัดกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อบริการสุขภาพให้กับประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ และคำถามต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามมาว่า หากมีการถ่ายโอนไปแล้ว ผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร ทั้งเรื่องคน เงิน ทรัพยากรต่างๆ เพื่อจัดบริการให้กับประชาชน การบริหารให้เกิดความราบรื่นหลังการถ่ายโอน รวมไปถึงเมื่อถ่ายโอนไปแล้วเกิดข้อจำกัดใดๆ จะมีช่องทางใดบ้างที่จะให้ความช่วยเหลือ
ล่าสุดที่ขณะนี้มีองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) จำนวน 49 แห่ง ที่พร้อมจะรับการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) รวมทั้งหมด 3,036 แห่ง ซึ่งเป็นข้อมูล ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา
การหาคำตอบจึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานทางวิชาการที่จะตอบโจทย์เรื่องนี้ให้ได้มากที่สุด ควบคู่ไปพร้อมกับการถ่ายโอนรพ.สต.ให้อบจ.ที่ก็ต้องออกเดินหน้าไปแล้วเช่นกันภายใต้กรอบระยะเวลาของกฎหมายที่กำหนดไว้
วงประชุมคณะกรรมการกำกับทิศทางแผนงานวิจัยระบบบริการสุขภาพครั้งที่ 2/2565 ที่มีนายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ประธานของคณะกรรมการชุดนี้ พร้อมด้วย นายแพทย์นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ที่ร่วมเป็นคณะกรรมการในชุดดังกล่าวด้วยจึงเกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2564