คลังแนะใช้ ‘ช้อปดีมีคืน’ ต่อด้วยคนละครึ่งเฟส 4 ยันไม่ทับสิทธิ์กันเพราะเป็นคนละช่วงเวลา เผยเงินสะพัดมาตรการรัฐ 4 โครงการปี 64 รวม 2.54 แสนล้านบาท

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง พรชัย ฐีระเวช ระบุ  ผู้ใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ที่เพิ่งสิ้นสุดโครงการไปเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2564 สามารถไปใช้โครงการสิทธิ์ช้อปดีมีคืน ที่เริ่มตั้งแต่ 1 ม.ค.-15 ก.พ. 2565 ได้ ในขณะที่ผู้ที่ใช้สิทธิ์ช้อปดีมีคืนยังสามารถใช้สิทธิ์มาตรการคนละครึ่งเฟส 4 ที่จะเริ่มในวันที่ 1 มี.ค.-30 เม.ย.2565 ได้อีก เพราะช่วงเวลาไม่ทับซ้อนกัน

คลังยัน ‘ช้อปดีมีคืน‘ ไม่ทับสิทธิ์คนละครึ่ง

ทั้งนี้ โครงการคนละครึ่งเฟส 4 ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องวงเงินว่าจะให้จำนวนเท่าใด เพราะอยู่ระหว่างรองบประมาณที่จะมาใช้ในโครงการนี้ ปัจจุบันกระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างเตรียมโครงการคนละครึ่งเฟส 4 ที่จะเริ่มในวันที่ 1 มี.ค. 2565 โดยเบื้องต้นผู้ที่ได้สิทธิ์ในโครงการคนละครึ่งเฟส 3 จำนวน 27.98 ล้านราย จะต้องกดยืนยันตัวตนอีกครั้งผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง แต่ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ เหมือนการลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส 3 ที่ผ่านมา ส่วนผู้ที่ไม่เคยลงทะเบียนไว้เลย ก็จะต้องสมัครผ่านทางเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ก่อน

คลังยัน ‘ช้อปดีมีคืน‘ ไม่ทับสิทธิ์คนละครึ่ง

คลังยัน ‘ช้อปดีมีคืน‘ ไม่ทับสิทธิ์คนละครึ่ง

สำหรับมาตรการช้อปดีมีคืน 2565 ที่เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 15 ก.พ.65 ผู้ใช้สิทธิ์จะต้องเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าและค่าบริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หนังสือ e-Book และสินค้า OTOP ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาท หักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับปีภาษี 2565 ซึ่งจะยื่นแบบและชำระภาษีในช่วงต้นปี 2566

คลังยัน ‘ช้อปดีมีคืน‘ ไม่ทับสิทธิ์คนละครึ่ง

คลังยัน ‘ช้อปดีมีคืน‘ ไม่ทับสิทธิ์คนละครึ่ง

สำหรับตัวเลขเบื้องต้นการใช้จ่ายตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด 19 ปี 2564 ที่ได้สิ้นสุดโครงการทั้ง 4 โครงการ เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2564 ประกอบด้วย โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3, โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ โดยมีผู้ใช้สิทธิสะสมทั้ง 4 โครงการรวม 41.5 ล้านราย ยอดใช้จ่ายสะสมทั้งหมด 254,281.7 ล้านบาท