background-defaultbackground-default
เปรียบเทียบกรณีรองอธิบดีภาค5กับผู้พิพากษาเพื่อนโชค

ย้อนเหตุการณ์รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค 5 ขับรถย้อนศรชนตุ๊กๆ ปฏิเสธตรวจวัดแอลกอฮอล์ เปรียบเทียบกรณี น.อ. เมากร่างอ้างเป็นเพื่อบิ๊กโจ๊ก กับกรณีผู้พิพากษา "เพื่อนโชค" ก.ต.ชี้ไม่มีความผิดทางวินัย แต่เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ก.ต.แค่ตักเตือน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

จากกรณีที่สื่อนำเสนอคลิปพร้อมข้อความ "เมาแล้วขับ ย้อนศรชนแล้วหนี อ้างเป็นรองอธิบดี ภาค 5ขับรถย้อนศรมาขนตุ๊ก ๆ  แล้วหลบหนี และภายหลังจากมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยชับรถตามเพื่อหยุดรถคันก่อเหตุ และตำรวจ คุมตัวกู้ภัย และอีกฝ่ายที่อ้างว่าเป็นรองอธิบดี ภาค 5 ไปสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ พร้อมกับตรวจสอบประวัติของคู่กรณีทั้งสองฝ่าย

 

ทราบชื่อคือนายชาญศักดิ์ สมประโยชน์ อายุ 59 ปี พนักงานสอบสวน ได้ให้ทั้งสองฝ่ายทดสอบด้วยวิธีการเป่าแอลกอฮอล์ โดยฝ่ายกู้ภัย เป่าแอลกอฮอล์ ผลทดสอบเป็นศูนย์ ส่วนฝ่ายนายชาญศักดิ์ ไม่ยินยอมทดสอบการเป่าวัดแอลกอฮอล์ พร้อมยืนยันว่าตนเองเป็นผู้เสียหาย ร.ต.อ.อมรเทพ ชุมวิสูตร รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ จึงได้ให้ทั้งสองฝ่ายลงชื่อไว้เป็นหลักฐาน น่าจะได้มีการเลือกคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาสอบปากคำอีกครั้ง
 

และจากการตรวจสอบทำเนียบข้าราชการศาล นายชาญศักดิ์ สมประโยชน์ รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค 5 ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5

เปรียบเทียบกรณีรองอธิบดีภาค5กับผู้พิพากษาเพื่อนโชค

เหตุการณ์ที่มีข้าราชการระดับสูงเมาขับเพิ่งเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ มีทหารเรือยศ นาวาเอก (น.อ.) ด่าทอตำรวจด้วยถ้อยคำหยาบคายในร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี อ้างว่าตัวเองเป็นเพื่อนกับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล “บิ๊กโจ๊ก” ผู้ช่วยผบ.ตร. และเรียก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า พี่ สามารถสั่งย้ายตำรวจได้ทั้งโรงพัก

เปรียบเทียบกรณีรองอธิบดีภาค5กับผู้พิพากษาเพื่อนโชค

26 ธ.ค.64 พล.ร.ท.ปกครอง มนธาตุผลิน เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงเรื่องชายคนดังกล่าว เป็นข้าราชการสังกัดกองทัพเรือจริง โดยกองทัพเรือ ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมควร

 

ทั้งนี้ พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้รับรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยต้นสังกัดเรียกตัว นายทหารผู้ก่อเหตุ เข้ารายงานตัวอย่างเร่งด่วน และให้เจ้าหน้าที่สารวัตรทหารเรือควบคุมตัว นายทหารคนดังกล่าว เข้ารับการธำรงวินัย ณ ศูนย์ธำรงวินัยกองทัพเรือ เป็นเวลา 14 วันทันที พร้อมดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงเพื่อลงโทษทางวินัย

 

27 ธ.ค.64 โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้บังคับบัญชา 2 ระดับชั้นของ น.อ.อลงกรณ์ คือ พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ และ พล.ร.ท.นฤพล เกิดนาค ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ ได้เข้ารับการธำรงวินัย เพื่อแสดงความรับผิดชอบ นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยผู้บัญชาการทหารเรือจะธำรงวินัยเป็นเวลา 3 วัน และผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบจะธำรงวินัยเป็นเวลา 7 วัน

เปรียบเทียบกรณีรองอธิบดีภาค5กับผู้พิพากษาเพื่อนโชค

สำหรับเหตุการณ์ผู้พิพากษา ใช้ถ้อยคำโต้ตอบกับตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดตรวจ เป็นข่าวโด่งดังปี 2562 คือกรณี มีการเผยเเพร่คลิป "เพื่อนโชค" ซึ่งนายไกรรัตน์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ระบุว่าเป็นเพื่อนกับ ผกก.โชค (พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่) ขณะถูกเรียกดูใบขับขี่ เเละมีการปะทะคารมกับตำรวจ บริเวณด่านตรวจในพื้นที่ สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช

เปรียบเทียบกรณีรองอธิบดีภาค5กับผู้พิพากษาเพื่อนโชค

31 ก.ค. 62 ที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ครั้งที่ 10/2562 ได้พิจารณารายงานผลการสอบสวนข้อเท็จจริงข้าราชการตุลาการ นายไกรรัตน์ วีรพัฒนาสุวรรณ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ซึ่งปรากฏภาพข่าวในสื่อสังคมออนไลน์และสื่อมวลชน ใช้ถ้อยคำโต้ตอบกับเจ้าพนักงานตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดตรวจ

 

ก.ต.ได้พิจารณาความเห็นของอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมทั้ง 3 ชั้นศาล 21 คน ที่ได้พิจารณากลั่นกรองทำความเห็นมายัง ก.ต. ว่าการกระทำของนายไกรรัตน์ ไม่เป็นความผิดวินัย ก.ต.พิจารณาเเล้วมีมติเห็นชอบจึงมีมติว่า การกระทำดังกล่าวไม่เป็นความผิดวินัย แต่เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม จึงเห็นควรให้มีหนังสือว่ากล่าวตักเตือนนายไกรรัตน์ ไป

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด