ประชาชนสิทธิบัตรทองที่เจ็บป่วยและมีเหตุจำเป็น สามารถไปรักษากับหมอประจำครอบครัวที่หน่วยบริการปฐมภูมิไหนก็ได้ พร้อมตรวจสอบสิทธิการรักษาอะไรครอบคลุม อะไรไม่ครอบคลุม ได้ที่นี่!!

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ยกระดับการบริการ ให้ประชาชนสิทธิบัตรทองที่เจ็บป่วยและมีเหตุจำเป็น สามารถไปรักษากับหมอประจำครอบครัวที่หน่วยบริการปฐมภูมิไหนก็ได้ ล่าสุดขยายพื้นที่ครอบคลุมทั่วประเทศ

 

โดยเพิ่มอีก 8 เขตสุขภาพ ได้แก่

  • เขต 1 เชียงใหม่
  • เขต 2 พิษณุโลก
  • เขต 3 นครสวรรค์
  • เขต 4 สระบุรี
  • เขต 5 ราชบุรี
  • เขต 6 ระยอง
  • เขต 11 สุราษฎร์ธานี
  • เขต 12 สงขลา

 

มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 65 เป็นต้นไป

 

ก่อนหน้านี้ได้นำร่องไปแล้วใน 5 เขตพื้นที่ คือ เขต 9 นครราชสีมา เขต 13 กทม. เขต 7 ขอนแก่น เขต 8 อุดรธานี และเขต 10 อุบลราชธานี

 

ได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างมาก เนื่องจากประชาชนสามารถเข้าถึงบริการในระบบบัตรทองได้มากขึ้น จากเดิมที่ใช้สิทธิได้เพียงในหน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการปฐมภูมิในเครือข่ายเท่านั้น

.

จากที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ครั้งที่ 12/2564 เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2564 ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบ (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง ประเภทและขอบเขตของบริการสาธารณสุข พ.ศ. 2564 โดยมอบสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เสนอประธานกรรมการเพื่อพิจารณาลงนามและประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

 

 

ดีเดย์ 1 ม.ค. สิทธิบัตรทองรักษาได้ทั่วประเทศ

 

สำหรับ (ร่าง) ประกาศฯ ฉบับนี้ สืบเนื่องมาจากมติบอร์ด สปสช.ครั้งที่ 2/2563 เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2563 ที่ได้เห็นชอบข้อเสนอแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหากรณีประชาชนถูกหน่วยบริการเรียกเก็บค่าบริการ ซึ่งหน่วยบริการไม่มีสิทธิที่จะเรียกเก็บ (Extra Billing) โดยได้มอบคณะอนุกรรมการกำหนดประเภทและขอบเขตในการให้บริการสาธารณสุข ทำความชัดเจนเรื่องสิทธิประโยชน์ และทบทวนระเบียบหรือประกาศที่เกี่ยวข้อง พร้อมมอบคณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินงานและการบริหารจัดการกองทุน ปรับปรุงระบบสนับสนุนทางการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดเงื่อนไขที่ทำให้เกิด Extra Billing

 

 

ดีเดย์ 1 ม.ค. สิทธิบัตรทองรักษาได้ทั่วประเทศ

 

(ร่าง) ประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง ประเภทและขอบเขตของบริการสาธารณสุข พ.ศ.2564 เป็นการทบทวนระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2544 และรวบรวมประกาศคณะกรรมการฯ ที่เคยมีมาตั้งแต่ปี 2546 รวมกว่า 31 ฉบับ มาจัดกลุ่มและรวมในฉบับเดียวกันประเภทใหม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับสิทธิในการได้รับบริการสาธารณสุขตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่าครอบคลุมค่าใช้จ่ายในบริการใดบ้าง รวมทั้งบริการใดบ้างที่ไม่ครอบคลุม

 

สิทธิบัตรทอง ครอบคลุมสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง ?

1. บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค

2. การตรวจวินิจฉัยโรค

3. การตรวจและรับฝากครรภ์

4. การบำบัดและการบริการทางการแพทย์

5. ยา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม และอุปกรณ์ทางการแพทย์

6. การทำคลอด

7. การกินอยู่ในหน่วยบริการ

8. การบริบาลทารกแรกเกิด

9. บริการรถพยาบาล หรือบริการพาหนะรับส่งผู้ป่วย

10. บริการพาหนะรับส่งผู้ทุพพลภาพ

11. การฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจ

12. บริการสาธารณสุขด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ

13. บริการสาธารณสุขอื่นที่จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนดเพิ่มเติม

 

บริการที่เคยเป็นข้อยกเว้น และได้รับการเสนอให้เป็นสิทธิที่จะได้รับในฉบับนี้ เช่น

• การบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาและสารเสพติดที่ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดที่มีกำหนดเกี่ยวกับการให้บริการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด

• การบริการสาธารณสุขที่เกี่ยวกับอุบัติเหตุการประสบภัยจากรถที่ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

• การรักษาภาวะมีบุตรยากและการผสมเทียม ยกเว้นการดำเนินการที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์แทน (Surrogacy)

• และการรักษาโรคเดียวกันที่ต้องใช้ระยะเวลารักษาตัวในโรงพยาบาลประเภทผู้ป่วยใน เกินกว่า 180 วัน

 

 

 

 

ดีเดย์ 1 ม.ค. สิทธิบัตรทองรักษาได้ทั่วประเทศ

 

 

บริการสาธารณสุขที่ไม่อยู่ในประเภทและขอบเขตของบริการและไม่สามารถรับค่าใช้จ่ายได้ คือ

1. การกระทำใดๆ เพื่อความสวยงามโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

2. การตรวจวินิจฉัยและการรักษาใดๆ ที่เกินความจำเป็นจากข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

3. การรักษาที่อยู่ระหว่างการค้นคว้าทดลอง

4. การปลูกถ่ายอวัยวะที่ไม่ปรากฎตามบัญชีแนบท้าย

5. การบริการทางการแพทย์อื่นตามที่บอร์ด สปสช. กำหนด

 

ส่วนกรณีการป้องกันไม่ให้เกิด Extra Billing ประกาศฉบับนี้ได้มีการเพิ่มความชัดเจนในข้อที่ระบุไว้ว่า บุคคลผู้มีสิทธิที่เข้ารับบริการตามประเภทและขอบเขตของบริการสาธารณสุขที่กำหนดในประกาศนี้ จะได้รับความคุ้มครองโดยไม่ต้องจ่ายค่าบริการ ยกเว้นเฉพาะกรณี

1. เป็นการร่วมจ่ายค่าบริการตามประกาศฯ ว่าด้วยการร่วมจ่าย

2. เป็นการบริการที่เป็นข้อยกเว้น ไม่คุ้มครองตามที่กำหนด

3. เป็นการเข้ารับบริการที่ไม่ใช่หน่วยบริการประจำของตน หรือหน่วยบริการปฐมภูมิในเครือข่ายหน่วยบริการที่เกี่ยวข้อง โดยไม่มีการส่งต่อ หรือไม่ใช่กรณีที่มีเหตุสมควร กรณีอุบัติเหตุ เจ็บป่วยฉุกเฉิน

 

สอบถามเพิ่มเติม สายด่วน สปสช. 1330

 

 

ดีเดย์ 1 ม.ค. สิทธิบัตรทองรักษาได้ทั่วประเทศ