"รวมไทยยูไนเต็ด" เสนอใช้ระบบดิจิตอลจับโกหกนักการเมือง รักษาโรคอำนาจนิยม -ลดความเหลื่อม สร้างความเป็นธรรมให้ประชาชน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

นายวรนัยน์ วาณิชกะ หัวหน้าพรรครวมไทยยูไนเต็ด เสนอใช้ระบบดิจิตอลจับโกหกนักการเมือง โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัวเรื่อง "ระบบดิจิตอลจับโกหกนักการเมือง" หนึ่งในวิธีการสร้างธรรมาภิบาล คือระบบดิจิตอล (digital government)ซึ่งด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงชอบพูดว่าเป็นวิธีประชาสัมพันธ์ความสำเร็จของภาครัฐ จุดประสงค์ของรัฐบาลดิจิตอลไม่ใช่โฆษณาชวนเชื่อ แต่คืออำนวยความสะดวก สร้างประสิทธิภาพ และให้ความโปร่งใสเข้าถึงข้อมูล อย่างเช่นในกรณีคุณสิระ เจนจาคะ ประชาชนควรเข้าเว็บไซต์ของกรมราชทัณฑ์ พิมพ์ชื่อ “สิระ เจนจาคะ” ข้อมูลการจำคุก ก็ควรเด้งขึ้นมาทันที นี่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล แต่เป็นข้อมูลสาธารณะเกี่ยวกับบุคคลที่เคยทำอาชญากรรม เป็นข้อมูลที่ประชาชนควรเข้าถึงตั้งแต่สมัยคุณสิระประกาศลงเลือกตั้งกทม. เขต 9 หลักสี่ กว่าสองปีที่แล้ว ประชาชนไม่ควรต้องมาเสียเวลาดูตลกที่ขําไม่ออกมากว่าสองปีในบทบาทส.ส.ของคุณสิระ เงินภาษี10กว่าล้านที่เสียไป เป็นเบี้ยเลี้ยงเงินเดือนของคุณสิระและทีมงาน เงินภาษีอีกนับกี่ล้านที่ต้องใช้ในการเลือกตั้งซ่อม
"รวมไทยยูไนเต็ด" เสนอใช้ระบบดิจิตอลจับโกหกนักการเมือง

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะความเน่าของระบบการเมืองไทย ทุกปรากฎการทางการเมืองที่สร้างความสะอิดสะเอียนให้ประชาชนคืออาการกำเริบของโรคร้ายที่เป็นเรื้อรังในประเทศของเรา นั่นคือโรคอำนาจนิยม และการเมืองเก่าไม่มีวันที่จะรักษาโรคร้ายอันนี้ เพราะเขาหากินได้ดิบได้ดีจากจากการแพร่เชื้อโรค การเมืองที่ดีต้องมีธรรมาภิบาล ที่ผ่านมา สื่อมวลชนพยายามค้นหาประวัติหลักฐานการติดคุกของคุณสิระ แต่ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูล ต้องอาศัย อำนาจบารมีของพลตํารวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.และอดีตผ.บ.ตำรวจแห่งชาติ ถึงจะขุดเอกสารออกมาได้ และความจริงก็คงไม่ปรากฏถ้าคุณสิระไม่ไปมีเรื่องกับคุณเสรีพิศุทธ์ ซึ่งหมายความว่า ในสังคมไทย การตรวจสอบเข้าถึงข้อมูลต้องอาศัยคนระดับบิ๊ก สื่อและประชาชนเข้าไม่ถึง อำนวจประชาธิปไตยไม่ได้อยู่ในมือทุกคนเท่าเทียมกัน 

แล้วใครหล่ะ มีอำนาจพอที่จะตรวจสอบคนระดับบิ๊ก? คําตอบคือไม่มี เพราะฉะนั้น บรรดาคุณท่านคุณเธอและคุณลุงจึงลอยหน้าลอยตาและลอยนวลอยู่ในอํานาจอย่างไม่แยแส แค่ระวังไม่ไปมีเรื่องกับคนที่บิ๊กกว่า แล้วปล่อยให้ลิ่วล้อที่หมดประโยชน์แล้วโดนสอย เช่นเหล่าอดีตรัฐมนตรี ก.ป,ป,ส. เพราะต้องการดันลิ่วล้อกลุ่มใหม่ นี่คือความเหลื่อมล้ำทางอำนาจ ซึ่งนอกเหนือจากความไม่เป็นธรรมแล้ว ยังทำให้เสียเงินเสียเวลาและเสียอนาคต เพราะการเมืองของไทยเรามันคืออำนาจนิยม มันคือการเมืองอุปถัมภ์ ไม่ใช่การเมืองธรรมาภิบาล

นี่คือโครงสร้างอำนาจที่ผมและพรรครวมไทยยูไนเต็ดต้องการเปลี่ยนแปลง ตามสโลแกนของเรา: “รัฐบาลไม่ได้ปกครอง รัฐบาลบริหาร รัฐบาลไม่ใช่นาย รัฐบาลคือประชาชน”