นายณัฐกร อุเทนสุต ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางสรรพสามิต และโฆษกกรมสรรพสามิต กล่าวว่า
"ภาษีโซเดียมไม่ได้มีเป้าหมายในการเพิ่มรายได้ของรัฐบาล แต่ทำเพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนและการสูญเสียชีวิตจากการบริโภคโซเดียมเกินพอดี"
รวมทั้งเป็นการสร้างความตระหนักให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารได้คำนึงถึงประโยชน์ของการลดปริมาณโซเดียมที่ใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์อาหารให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม เป็นการสร้างสิ่งแวดล้อมอาหารปลอดภัยเพื่อสุขภาพที่ดีให้กับประชาชน
" ขณะนี้ภาษีโซเดียมยังอยู่ในระหว่างการศึกษาแนวทาง และหารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งกรมสรรพสามิตจะดำเนินการพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ อีกทั้งยังมีระยะเวลาให้ภาคอุตสาหกรรมอาหารได้มีการปรับเปลี่ยนสูตรอาหารก่อนอย่างน้อย 2 ปี"
“มาตรการภาษี ไม่ใช่เรื่องใหม่ อย่างกรณีจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มตามปริมาณความหวานที่ได้มีการดำเนินการมากว่า 4 ปี ทำให้ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลต่ำเพิ่มขึ้นในร้านสะดวกซื้อจากเดิมร้อยละ 5 เป็นร้อยละ 30
ดังนั้น ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่ามาตรการภาษีโซเดียมจะเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน” นายณัฐกร กล่าว
พร้อมย้ำว่า หน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพสามิต และกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค จะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางและประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนให้เกิดมาตรการภาษีโซเดียมอย่างเป็นธรรมกับทุกฝ่าย บนพื้นฐานที่ไม่สร้างความเดือดร้อนกับประชาชน