ศาลฎีกานักการเมืองนัดสอบคำให้การ ‘วิรัช รัตนเศรษฐ’ กับพวก ในคดีทุจริตสนามฟุตซอล ด้านวิรัช ยืนยันพร้อมสู้คดี

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง องค์คณะผู้พิพากษานัดพิจารณาคดีครั้งแรก (สอบคำให้การจำเลย) คดีหมายเลขดำ อม.17/2564 ที่อัยการสูงสุด ยื่นฟ้อง นายวิรัช รัตนเศรษฐ อดีตประธานวิปรัฐบาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กับพวก รวม 87 คน ฐานร่วมกันกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 10, 11, 12, 13, พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157, 162, 264, 265, 268, 83, 86, 91 กรณีทุจริตสนามฟุตซอลโรงเรียนใน จ.นครราชสีมา โดยศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องเมื่อวันที่ 2 พ.ย.64 ทำให้จำเลย 3 ราย ที่มีตำแหน่งหน้าที่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาล

ศาลฎีกานัดสอบ "วิรัช"กับพวก คดีทุจริตสนามฟุตซอล พร้อมสู้คดี

นายวิรัชปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน และได้กล่าวว่า "พร้อมมาต่อสู้คดีทุกครั้งที่ศาลนัดพิจารณา" เบื้องต้นจะขอขยายเวลายื่นคำชี้แจงไป 60 วัน เนื่องจากมีเอกสารจำนวนมาก

ศาลฎีกานัดสอบ "วิรัช"กับพวก คดีทุจริตสนามฟุตซอล พร้อมสู้คดี

สำหรับคดีนี้ ป.ป.ช.ได้ส่งสำนวนการสอบสวน พร้อมชี้มูลความผิดนายวิรัชสมัยเป็น ส.ส.พรรคเพื่อไทย ร่วมกันกับพวก รวม 87 คน ทุจริตเงินจัดสรรงบประมาณปี 2555 ที่นำไปจัดสร้างสนามฟุตซอลให้กับโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษา 18 จังหวัด มูลค่า 4,459 ล้านบาท รวมทั้งโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษา เขต 2 จ.นครราชสีมาด้วย แต่ปรากฏว่าการสร้างสนามฟุตซอลใน จ.นครราชสีมา กลับสร้างไม่ได้มาตรฐาน ไม่สามารถใช้งานได้

สำหรับคดีทุจริตสนามฟุตซอล นี้ มี 3 ส.ส.พลังประชารัฐ ที่ถูกอัยการสูงสุด ยื่นฟ้องคดีนี้ก็คือ นายวิรัช นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา ภรรยานายวิรัช และ นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา น้องภรรยานายวิรัช ทั้งหมดต้องหยุดปฎิบัติหน้าที่ ส.ส. ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 ม.17 บัญญัติไว้ว่าหากศาลประทับฟ้องแล้ว ให้จำเลยยุติปฏิบัติหน้าที่เว้นแต่ศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

 

ส่วนพวกจำเลยที่เหลือประกอบด้วยกลุ่มข้าราชการระดับสูง ผู้บริหารสถานศึกษา นักการเมืองท้องถิ่น และเอกชนผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง ถูกฟ้องในข้อหาแตกต่างกัน อาทิ เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ ทุจริตในการเสนอราคา โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยรัฐ พ.ศ.2542 หรือกฎหมายฮั้วประมูล / ร่วมกันใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งโดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ / ร่วมกันใช้อุบายหลอกลวงหรือกระทำการโดยวิธีอื่นใด เป็นเหตุให้ผู้อื่นไม่มีโอกาสได้เสนอราคาอย่างเป็นธรรม เป็นต้น 

 

จำเลยทั้งหมดจะต้องเดินทางมารายงานตัวต่อศาลตามที่องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาฯ โดยมีนางนุจรินทร์ จันทร์พรายศรี ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งรองประธานศาลฎีกา เจ้าของสำนวน ได้นัดพิจารณาคดีครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การว่าจะรับสารภาพหรือให้การปฏิเสธต่อสู้คดี 

 

หากจำเลยคนใดไม่มา องค์คณะผู้พิพากษาอาจพิจารณาออกหมายจับ ตาม พ.ร.ป.วิธีพิจารณาคดีของอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มาตรา 28 ที่ระบุว่า ในกรณีที่ศาลประทับรับฟ้องไว้ และศาลได้ส่งหมายเรียกและสําเนาฟ้องให้จําเลยทราบโดยชอบแล้วแต่จําเลยไม่มาศาล ให้ศาลออกหมายจับจําเลยและให้ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการติดตามหรือจับกุมจําเลย รายงานผลการติดตามจับกุมเป็นระยะตามที่ศาลกําหนด