เมื่อสอบถามถึง ความตั้งใจจะเลือกใครเป็นผู้ว่าฯ กทม. พบว่า ในกลุ่มประชาชน คน กทม. ทั่วไป ร้อยละ 43.8 และแกนนำชุมชนร้อยละ 29.7 ยังไม่มีใครในใจ ยังไม่รู้จะมีเลือกตั้งเมื่อไหร่เลย ยังไม่ตัดสินใจ ยังไม่แน่นอน
ในกลุ่มตัวอย่างประชาชนคน กทม.ทั่วไป คะแนนรองลงมา คือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 17.6 เหตุผลเป็นเพราะมีประสบการณ์ ติดดิน ลงพื้นที่ต่อเนื่อง ปฏิบัติงานจริง ไม่สร้างภาพ เข้าถึงชุมชน ประชาชนเข้าถึงได้ เป็นผู้สมัครอิสระไม่สังกัดพรรค เชื่อมั่นว่าทำงานกับทุกพรรคการเมืองได้ มีแนวคิดและวิสัยทัศน์กว้างไกล เป็นต้น
ขณะที่ ดร.สุชัชวีร์ ได้ร้อยละ 14.2 ด้วยเหตุผลเพราะเป็นคนรุ่นใหม่ มีแนวคิดเปลี่ยนกรุงเทพฯ มีฐานสนับสนุนจากพรรคการเมืองจะทำอะไรได้มากกว่าทำเพียงลำพังอิสระ และอยากลองคนใหม่
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ได้ร้อยละ 12.6 เพราะเป็นคนจริงจัง มีความกล้าหาญ ทำงานหนัก เป็นอดีตตำรวจ
ในขณะที่ร้อยละ 11.8 ระบุถึงคนอื่นๆ
ส่วนในกลุ่มเครือข่ายแกนนำชุมชน ร้อยละ 28.1 บอกว่าตั้งใจจะเลือก ดร.สุชัชวีร์ / ร้อยละ 22.5 ระบุว่าจะเลือก นายชัชชาติ / ร้อยละ 9.2 จะเลือก พล.ต.อ.อัศวิน / และร้อยละ 10.5 จะเลือกคนอื่นๆ
ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการซูเปอร์โพล อธิบายว่า เมื่อจำแนกแบ่งสัดส่วนของประชาชนคน กทม. ที่ถูกศึกษาในโครงการนี้ แยกไปตามเขตต่างๆ ทั้ง 50 เขต พบว่า ประชาชนคน กทม. ส่วนใหญ่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใครเป็นผู้ว่าฯ กทม.
ตัวเลขส่วนใหญ่อยู่ที่กว่าร้อยละ 40 ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด โดยมี นายชัชชาติ กับ ดร.สุชัชวีร์ และ พล.ต.อ.อัศวิน ได้คะแนนในสัดส่วนที่เกาะกลุ่มกันทุกเขต อยู่ที่ประมาณร้อยละ 10 กว่าๆ ไม่ได้มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในหลายพื้นที่
ฉะนั้นโพลล์เลือกตั้งครั้งนี้ชี้ให้เห็นนัยสำคัญหลายประการ เช่น คนที่มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ส่วนใหญ่ยังไม่ตัดสินใจ ยังนึกไม่ออกว่าจะเลือกใคร เพราะยังไม่รู้ว่าจะมีเลือกตั้งเมื่อไหร่ ยังไม่รู้ว่ามีใครลงสมัครแน่นอนบ้าง
อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ต้องการให้มีความชัดเจนและจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว
นอกจากนี้ สัดส่วนของคนที่ตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกใคร ยังคงเกาะกลุ่มกัน ไม่ได้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และอาจเปลี่ยนใจได้ ส่วนการสังกัดพรรคการเมืองของผู้สมัคร ยังมีนัยสำคัญต่อเสียงของกลุ่มแกนนำชุมชน