ขณะที่การสอบสวน นายจินทวัส คนขับรถเบนซ์ป้ายแดง ให้การเบื้องต้นว่า ก่อนเกิดเหตุ ได้ไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารย่านรามอินทรา เมื่อจะกลับบ้านพักย่านศรีนครินทร์ ได้ใช้ทางด่วนจากฉลองรัช และมาเปลี่ยนเป็นด่วนศรีรัช ได้ประมาณ 1 กิโลเมตร ขณะขับรถมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุได้ขับอยู่ในเลนปกติไม่เห็นรถคู่กรณี มาเห็นก็ตอนรถคู่กรณีเปลี่ยนเลนกระทันหัน จึงพยายามเบรกแล้วแต่ไม่ทัน
ด้าน พ.ต.ท.ประสิทธิ์ วิรัตยาภรณ์ รองผู้กำกับการ งานศูนย์ควบคุมจราจร ด่วน 2 กองบังคับการตำรวจจราจร เปิดเผยว่า ว่า หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจปริมาณแอลกอฮอล์นายจินทวัสทันที พบว่า ปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ถึง 100 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
ส่วนรายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะอยู่ในสำนวนคดี เบื้องต้น นายจินทวัสได้ไปตรวจร่างกายแล้วพบว่าบาดเจ็บบริเวณลำตัวสามารถให้การได้
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา นายจินทวัส ขับรถขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำ ส่วนรถทั้ง 2 คัน จะต้องนำไปตรวจพิสูจน์ที่กก.5 บก.จร เพื่อตรวจสอบลักษณะทิศทางการชนและความเร็วที่ใช้
พ.ต.ท.ประสิทธิ์ กล่าวว่า กรณีผู้เสียชีวิต 3 ราย ทาง สน.หัวหมาก ได้ส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ตามขั้นตอน เนื่องจากเป็นการตายผิดธรรมชาติ รวมถึง จะตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายทั้ง 3 ราย ซึ่งต้องใช้เวลา เมื่อได้ผลมาแล้วจะนำข้อมูลมาประกอบกับสำนวนคดีที่นี่ ก่อนสรุปสำนวนส่งให้อัยการพิจารณาว่าจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมหรือไม่
“ยืนยันว่า ตำรวจทางด่วน 2 ได้ปฎิบัติตามขั้นตอนทุกข้อกำหนดโดยจะไม่มีการช่วยเหลือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ในส่วนการเยียวยาชดใช้ค่าเสียหายนั้น ฝ่ายคู่กรณีต้องดำเนินการเจรจากันเอง ทางตำรวจไม่ได้รับผิดชอบในเรื่องดังกล่าว แต่ทราบว่าทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้มีการพูดคุย เพราะยังอยู่ในบรรยากาศของความโศกเศร้า”