การสั่งปิดบริษัทประกันภัยไม่น่าจะเป็นทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้น แม้โดยกฎหมาย พรบ.ประกันวินาศภัย 2535 มีกองทุนวินาศภัยเป็นผู้ชำระบัญชีจ่ายหนี้ แต่สุดท้ายผู้ที่เสียหายมากที่สุดคือประชาชนที่ซื้อกรมธรรม์ไว้เป็นจำนวนมาก ที่จะต้องถูกโอนไปยังบริษัทประกันภัยอื่นโดยต้องแปลงสัญญาการคุ้มครองใหม่ไม่มี “เจอ-จ่าย-จบ” อีกต่อไป
ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้บริษัทประกันภัยขอเปลี่ยนแปลงสัญญาตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ซึ่งเป็นแบบสัญญาที่ คปภ.ให้การรับรองแล้ว แต่แล้ว คปภ.กลับสั่งห้ามเปลี่ยนแปลง เพียงเพื่อเอาใจประชาชนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น จนในที่สุดทำให้บริษัทประกันภัยต้องล้มไปแล้วอย่างน้อย 2 บริษัท ทำให้พนักงาน คนงาน ลูกจ้างบริษัทประกันภัย ต้องตกงานโดยฉับพลันหลายร้อยหลายพันคน
ปัญหาที่เกิดขึ้น ถือเป็นความล้มเหลวของ คปภ. และเป็นที่สงสัยของสังคมว่า คปภ.เป็นหน่วยงานรัฐที่ทำหน้าที่กำกับส่งเสริมและพัฒนาการประกอบธุรกิจประกันภัย ได้ทำหน้าที่ของตนตามที่กฎหมายกำหนดอย่างไร ทำไมจึงปล่อยให้บริษัทประกันภัยล้มไปแล้วหลายบริษัทและอาจมีจ่อคิวล้มอีกหลายบริษัท หากไม่มีมาตรการออกมารองรับและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วตามการร้องขอของสมาคมประกันวินาศภัยไทย โดยเฉพาะการออกคำสั่งโดยที่ตนเองไม่มีอำนาจออกนั้นชอบหรือไม่