โดยการดูแลผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่เหล่านี้ จะมีหัวหน้าใหญ่ซึ่งเป็นข้าราชการระดับสูง ดูแลระบบทั้งหมด จะมีเจ้าหน้าที่อส. เป็นลูกมือรับคำสั่ง
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่อส.จะมาวางระบบ หาผู้ลี้ภัยไปเป็นพวกโดยแบ่งผลประโยชน์ให้ ให้ผู้ลี้ภัยภายใต้ปกครองเป็นคนเก็บส่วย ทั้งค่าไฟฟ้าที่แพงเกินจริง แม้กระทั่งจะเลี้ยงวัวหนึ่งตัวต้องจ่ายค่าส่วยตัวละ 1,000 บาท
นอกจากนี้ยังมีการระบบการค้าภายในศูนย์ ที่ข้าราชการรายนี้ จะมีครอบครัวหนึ่งเป็นนายหน้าค้าขาย ตั้งร้านอยู่หน้าศูนย์ จะคอยควบคุมราคาสินค้า เจ้าหน้าที่อส. จะคอยกันไม่ให้สินค้าจากชาวบ้านมาขายได้ หากจะขายต้องจ่ายส่วย
ยิ่งในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ห้ามเข้าออกศูนย์ สินค้าจะมีการโก่งราคาสูงขึ้นหลายเท่าตัว เช่นเนื้อไก่ จากกิโลละ 35 บาท ขึ้นเป็น 90 - 100 บาท โดยข้าราชการรายนี้จะมีการแบ่งเงินกับร้านค้าดังกล่าว โดยทั้งหมดเป็นความอัดอั้นที่สะสมมาอย่างยาวนานหลายสิบปี
ผู้ลี้ภัยกล่าวทั้งน้ำตาว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผู้ลี้ภัยต้องประสบกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่องจากเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้แต่ไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้ จึงอยากจะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไข และจัดการกับเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้ ให้ออกไปจากพื้นที่แล้วมาพูดคุยกับชาวบ้าน ถึงการวางแนวทางการปกครองใหม่ หวังสื่อมวลชนเป็นสื่อกลาง ให้ความเป็นธรรมแก่พวกตนเองด้วย
ข่าว/ภาพ ศูนย์ข่าวภาคเหนือ