เมื่อเธอเตรียมทอนเงิน คนร้ายเริ่มใช้ กลลวง เปลี่ยนใจ โดยบอกว่า “ยายๆ หนูมีแบงก์ร้อยแล้ว เปลี่ยนเป็นแบงก์ร้อยแทนนะ” ไม่เท่านั้น คนร้าย ยังทำทีเป็นคุยโทรศัพท์อ้างปลายสายเป็นแม่ของคนร้าย โต้ตอบถามว่าจะซื้อกล้วยเล็บมือนางเพิ่ม อีก 12 หวี, ส้มโชกุนอีก 2 กิโลกรัม และห่อหมก อีก 100 บาท ทำให้ผู้เสียหายรู้สึกดีใจ เนื่องจาก เพิ่งเปิดร้านแต่กลับมีลูกค้ามาสั่งของเยอะขนาดนี้ จึงเผลอวางกระเป๋าเงินไว้ที่โซฟา ถึงจะไม่ไกลจากจุดที่ผู้เสียหายไปนั่งเลือกกล้วยให้คนร้าย แต่ก็ไม่ทันสังเกตว่า คนร้ายได้ขยัยตัว แอบสอดมือเข้าไปล้วงหยิบเงินออกจากกระเป๋าไปแล้ว รวมเป็นเงิน 9,700 บาท
โดยครั้งสุดท้ายที่ยังไม่ได้ทอนเงิน คนร้ายยังออกอุบาย อ้างกับผู้เสียหายอีกว่า ของที่สั่งซื้อไว้มีจำนวนมาก ไม่สามารถถือไปที่รถยนต์ได้ไหว ขอไปเลื่อนรถยนต์มาหน้าร้านเพื่อความสะดวกในการขน ซึ่งผู้เสียหายก็ไม่ได้เอะใจอะไร แต่หลังจากรอเกือบครึ่งชั่วโมง ก็ไม่พบว่าจะมีรถยนต์คันใดเข้ามาจอดหน้าร้าน กระทั่ง ลูกค้าอีกรายเข้ามาขอแลกเงิน ผู้เสียหายจึงเดินไปที่กระเป๋าอีกครั้ง ก็พบว่าเงินภายในกระเป๋านั้นหายไปหมดแล้ว จึงเพิ่งมาเอะใจว่า ลูกค้ารายนี้ต้องเป็นคนร้ายอย่างแน่นอน พร้อมวอนขอวอนให้คนร้ายเห็นใจคนทำมาหากิน เพราะการสูญเงินในครั้งนี้ ทำให้เดือดร้อนหนักมาก