สุดรันทดพบครอบครัวหญิงชราวัย 86 ปี พร้อมเด็กรวม 5 ชีวิต ต้องเร่ร่อนนอนตามริมทาง และที่นาชาวบ้าน หลังลูกชายคลั่งเผาบ้าน และขู่ฆ่ายกครัว

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

เรื่องราวชีวิตชะตากรรมสุดรันทดของครอบครัวคุณยายวัย 86 ปี ซึ่งผู้สื่อข่าวติดตามไปดูว่าทำไมหญิงชรา ต้องออกมาเร่ร่อนพร้อมลูกหลานรวมกัน 5 ชีวิต ทำเพิงที่พักชั่วคราวอยู่ตามข้างถนน ตามท้องไร่ท้องนาชาวบ้านไปทั่วในเขตหมู่บ้านโคกแพงพวย ต.ละหาน อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ พร้อมเป็ดไล่ทุ่งอีก 1 ฝูง เลี้ยงไว้พอเป็นอาชีพ

 

ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยสอบถามนางนาฏ โชคศิริ อายุ 58 ปี ผู้เปิดเผยข้อมูลจึงทราบ ว่า นางนาฎ และสมาชิกในครอบครัว มีแม่อายุ 86 ปี และหลานผู้หญิงอีก 4 คน ต้องระหกระเหินเร่ร่อน มาอาศัยอยู่บนพื้นที่ดินซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังไม่ทราบว่าเป็นของใคร เพื่อนำเป็ด 1 ฝูง มาเลี้ยงพอได้ประทังชีวิตในการนำไข่เป็ดไปขาย เป็นรายได้เลี้ยงสมาชิกในครอบครัว

ลูกชายเผาบ้าน สุดรันทดยาย 86 ปีหอบหลาน 5ชีวิตเร่ร่อนนอนริมถนน
 

นางนาฎ เล่าวว่า เดิมก่อนจะออกมาเร่ร่อนแบบนี้ ตนเอง และสมาชิกในครอบครัว 5 ชีวิต ต้องพากันหนีความตายออกมาจากบ้าน เพราะลูกชายซึ่งติดยาหนัก คลุ้มคลั่ง ขู่จะฆ่าคนในบ้านทิ้งมาตลอด โดยเดิมที ก่อนหน้านี้เป็นคน ต.หนองนาแซง อ.เมืองชัยภูมิ แต่หลังจากที่ลูกชายคนโต เริ่มมีอาการคุ้มคลั่งจากการเสพยา ความสุขคนในครอบครัวก็เริ่มหายไป

 

จนกระทั่งเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ลูกชายมีอาการเมายาคุ้มคลั่งไล่ทำร้ายผู้คนในครอบครัว และขู่จะเผาบ้านตนเองทิ้ง คนในครอบครัวจึงเกิดความกลัว รีบพากันหนีออกมาจากบ้าน เพื่อขอความช่วยเหลือจากตำรวจ ไประงับเหตุ และเวลาผ่านไปไม่นาน ย้อนกลับไปที่บ้านอีกครั้งพบว่าลูกชายได้เผาบ้านเหลือแต่ซาก กลายเป็นภาพสลดแก่คนในครอบครัว 

 

จากเหตุการณ์ในวันนั้น สร้างความสลดเสียใจให้กับสมาชิกคนเป็นอย่างมาก ด้วยคำพูดของลูกชายก่อนถูกดำเนินคดี หากพ้นโทษออกมาจะกลับมาฆ่าทุกคนทิ้งหมด นางนาฏ พร้อมสมาชิกทุกคนในครอบครัว ต้องตกอยู่ในความผวาไม่กล้ากลับไปอาศัยอยู่ในพื้นที่ดินของตนเองอีกเลยจวบจนปัจจุบัน

 

นอกจากนี้ กระแสสังคมที่ตอกย้ำว่าครอบครัวของตนเป็นครอบครัวที่มีเชื้อโควิด–19 จึงตัดสินใจระหกระเหินเร่ร่อนออกมา พร้อมต้นทุนชีวิตคือเป็ดไล่ทุ่ง 1 ฝูง เลี้ยงเป็ดพอได้เก็บไข่ขายไปวันๆ

ลูกชายเผาบ้าน สุดรันทดยาย 86 ปีหอบหลาน 5ชีวิตเร่ร่อนนอนริมถนน
 

ปัจจุบันนี้สมาชิกในครอบครัวเหลือเพียงแม่ที่อายุมากแล้วกว่า 86 ปี และหลานคนโตอายุ 16 ปี ที่ไม่ได้เรียนหนังสือแล้ว

 

ผู้สื่อข่าวถามความรู้สึก ก้ได้คำตอบว่า ลึก ๆ แล้วยอมรับว่าอยากเรียนต่อ แต่ด้วยสภาพชีวิตที่เปลี่ยนไปจึงไม่มีโอกาส ส่วนหลานคนกลางอายุ 15 ปี ต้องย้ายที่เรียนไปอยู่บ้านญาติ เข้าเรียนชั้น ม.3 ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอหนองบัวระเหว และหลานสาวคนเล็กสุดวัย 3 ขวบ ยังอยู่ในการดูแลของนางนาฎ

 

การใช้ชีวิตประจำวันเป็นไปด้วยความลำบาก และมีคำปลอบใจกันอยู่ทุกวันเพื่อให้เป็นการสร้างกำลังใจให้กันและกันในการดำรงชีวิตของครอบครัวเร่ร่อนรวม 5 ชีวิต ในครั้งนี้ที่ยังพอมีกำลังใจให้พากันอยู่สู้ชีวิตต่อไปให้ได้

 

นางนาฏ โชคสิริ ยอมรับว่ารู้สึกสงสารทุกคนในครอบครัว แต่ก็ไม่กล้าที่จะกลับไปใช้ชีวิต ในบ้านที่ตนเองเคยอยู่อาศัยกันอย่างมีความสุข เพราะทุกคนในครอบครัวตอนนี้ยังรู้สึกกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ละต้องพากันยอมที่จะใช้ชีวิตอย่างลำบากดีกว่ากลับไปผวากับเหตุการณ์ซ้ำร้ายที่ยังฝังใจทุกคนอยู่ตลอดมาจนทุกวันนี้

 
ภาพ/ข่าว : สุทธิพงศ์ เสฎฐรังสี จ.ชัยภูมิ