กสศ.เดินหน้าโครงการ"ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ปี 65" รุ่นที่ 4 ช่วยเด็กยากจนขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้เรียนต่อสายอาชีพ ป้อนตลาดแรงงานยุค 4.0 ลดความเหลื่อมล้ำ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

7 ธันวาคม 2564 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดเวทีประชุมรับฟังคำชี้แจงโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงปี 2565

 

โดย น.ส.ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมและทุนการศึกษา กสศ. กล่าวว่า ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาสูง โดยมีเด็กด้อยโอกาสถึง 4 ล้านคน และทวีความรุนแรงมากขึ้นจากสถานการณ์โควิด-19 และจากการสำรวจพบว่าเด็กยากจนยังเรียนระดับประถมศึกษาค่อนข้างสูง แต่จะน้อยลงเรื่อยๆ ในระดับที่สูงขึ้น โดยชั้นมัธยมต้นได้เรียน 80 % มัธยมปลาย 52.9% หากเรียนในระดับสูงขึ้นจะมีเพียง 5% ต่อรุ่น หรือราวๆ 8,000 คน ค่าเฉลี่ยของประเทศอยู่ที่ 30% ช่องว่างที่ห่างกันอยู่ถึง 6-7 เท่า

 

ส่วนข้อมูลความต้องการกำลังคนของประเทศไทยหากจะขับเคลื่อนนโยบาย 4.0 ได้ ต้องการแรงงานสายอาชีพจำนวนมาก เฉพาะพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ต้องการกำลังคน 119,243 คน จากทั้งหมด 176,525 คน คิดเป็น 80-90 % โดยเฉพาะความต้องการด้านการแพทย์ครบวงจร และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 

 

กสศ.เดินเครื่องผลิตเด็กสายอาชีพป้อนตลาดแรงงานยุค 4.0

 

ทั้งนี้ เมื่อรวม 2 โจทย์เข้าด้วยกัน ทั้งความด้อยโอกาสและความต้องการแรงงานสายอาชีพ กสศ.จึงได้ออกแบบโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ปีละ 2,500 คน ได้เรียนต่อสายอาชีพ คือ ปวช. ปวส. หรืออนุปริญญา​ ในสาขาที่มีความต้องการแรงงานของอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 สาขาที่ขาดแคลนด้านอาชีพระดับท้องถิ่น สาขาด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและเทคโนโลยีดิจิตอล พร้อมกับหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล และหลักสูตรผู้ช่วยทันตแพทย์ ระยะเวลา 1 ปี

 

 

สำหรับการสนับสนุนทุนแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

 

ส่วนที่ 1.ทุนสำหรับพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งสถานศึกษา การแนะแนวประชาสัมพันธ์​ การค้นหาเยาวชนด้อยโอกาส การพัฒนาคุณภาพหลักสูตร ระบบดูแลการมีงานทำ และการมีงานทำ ทุนประมาณ 10,000 บาทต่อทุนต่อปี 

 

ส่วนที่ 2. ทุนการศึกษาสำหรับเยาวชนด้อยโอกาส ได้แก่ 1. ค่าธรรมเนียมการศึกษา 2. ค่าใช้จ่ายรายเดือน ได้รับเดือนละ 6,500-7,500 บาท ตามหลักสูตรที่จะเข้าศึกษา สถานศึกษาและเยาวชนด้อยโอกาสผู้รับทุนจะได้รับการหนุนเสริมศักยภาพ การพัฒนา Skills ในยุคใหม่ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสถานศึกษาและผู้รับทุน  เป็นต้น ซึ่งถือเป็นทุนที่สร้างโอกาสทางการศึกษาและลดความเหลื่อมล่ำให้แก่เยาวชนด้อยโอกาสควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งของสถานศึกษาเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศตามนโยบาย 4.0

 

ขณะที่ ผศ.ดร.ปานเพชร ชินินทร อนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับสูงกว่าภาคบังคับ กล่าวว่า สถานศึกษาที่เชิญเข้าร่วมยื่นข้อเสนอโครงการมาจากทุกสังกัด สอศ. อว. และกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล และหลักสูตรผู้ช่วยทันตแพทย์ โดยโครงการนี้ให้ความสำคัญกับการทำงานแบบบูรณาการ ร่วมกับสถานประกอบการ  เช่น เป็นสถานที่ฝึกปฏิบัติจริง และการเพิ่มทักษะของนักศึกษาในด้านต่างๆ เช่น ทักษะการดำรงชีวิต ทักษะการสื่อสาร ทักษะทางการเงิน ทักษะการจัดการตนเอง ความเครียด เป็นต้น ซึ่งเป็นทักษะที่จะช่วยให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและสามารถอยู่ในสังคมนี้ได้อย่างมีความสุขด้วยการช่วยเหลือครอบครัว

 

กสศ.เดินเครื่องผลิตเด็กสายอาชีพป้อนตลาดแรงงานยุค 4.0

ด้าน นายนพพร สุวรรณรุจิ อนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับสูงกว่าภาคบังคับ กล่าวว่า หลักเกณฑ์การคัดเลือกสถานศึกษามี 6 ด้าน

 

1. ความพร้อมของหลักสูตรบุคลากร เครื่องมือ ที่พัก ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ

 

2.การจัดแนะแนวการประชาสัมพันธ์การศึกษาสายอาชีพและทุนการศึกษา โดยสถานศึกษาให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ ซึ่งเป็นเรื่องยากเพราะเด็กด้อยโอกาสบางคนถอดใจไม่เรียนต่อ จึงไม่สนใจข้อมูลข่าวสารด้านการศึกษาแล้ว ดังนั้น ต้องทำให้เด็กได้รับทราบข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโครงการนี้ให้รู้ว่ายังมีโอกาส

 

3.วิธีการค้นหาและคัดเลือกนักเรียนเข้ารับทุน ต้องจัดทีมลงไปในพื้นที่เพื่อสร้างแรงจูงใจ เพราะเด็กบางคนไม่มีแม้กระทั่งเงินค่ารถ

 

กสศ.เดินเครื่องผลิตเด็กสายอาชีพป้อนตลาดแรงงานยุค 4.0

 

4.การพัฒนาระบบดูแลความเป็นอยู่และสวัสดิภาพของผู้รับทุนให้สามารถเรียนจนจบตามกำหนดเวลาได้ เพราะเด็กยากจนถือเป็นกลุ่มเปราะบาง หากมีความเครียดอาจจะทำให้ทิ้งทุนได้ ดังนั้น สถานศึกษาต้องมีระบบให้คำปรึกษาแนะนำ ชี้ทางออก บอกทางแก้ ประคับประคองจนเรียนจบได้

 

5. การพัฒนาหลักสูตรกระบวนการเรียนการสอนให้มีคุณภาพสูง คือ เพิ่มคอร์สการเรียนที่เสริมทักษะด้านที่ขาด

 

6. การส่งเสริมโอกาสการมีงานทำของผู้ที่จะจบหลักสูตรการศึกษา

 

ทั้งนี้ ในการพิจารณาคัดเลือกเพื่อความโปร่งใส เป็นธรรม จึงจะมีคณะกรรมการ 3 ฝ่าย คือ ผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน ภาควิชาการ และสื่อมวลชน โดยพิจารณาจากข้อเสนอโครงการและการสัมภาษณ์เพิ่มเติม ผ่านทางโทรศัพท์หรือระบบซูม สถาบันใหม่ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการกับ กสศ. มาก่อน จะมีผู้ทรงคุณวุฒิลงพื้นที่ด้วย จากนั้นจะนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลผลรวมกัน และนำไปสู่การพิจารณาขั้นตอนที่ 2 ของคณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับสูงภาคบังคับ จากนั้นลงมติคัดเลือกสถาบันที่มีความพร้อม มีความเข้าใจ มีความมุ่งมั่น โดยคำตัดสินถือเป็นมติ และขอสงวนสิทธิ์เป็นที่สุดไม่มีการทบทวน 

 

สำหรับคุณสมบัติผู้ที่จะได้รับ ทุนปวช. ต่อเนื่อง ปวส./ ปวส. อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยทันตแพทย์  โดยสถานศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ จะดำเนินการค้นหา คัดกรองความยากจนและคัดเลือกมีคุณสมบัติ มีดังนี้ 1.กำลังเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือปวช. 3 หรือเทียบเท่า โดยอยู่ระหว่างการศึกษาและใกล้จะจบ ในปีการศึกษา 2564 

 

2.ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาสตามเกณฑ์ กสศ. คือ ครอบครัวมีรายได้เฉลี่ยคนละไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน หรือเป็นกลุ่มด้อยโอกาส อาทิ พิการ กำพร้า

 

3.มีศักยภาพในการศึกษาต่อกรณีใดกรณีหนึ่งต้องมีเกรดเฉลี่ยสะสม 5 ภาคเรียนอยู่ที่ 2.50 - 3.00 ขึ้นอยู่กับกรณีหรือมีความสามารถพิเศษโดดเด่น

 

4.คุณสมบัติเฉพาะเช่น ความวิริยะ อุตสาหะ ความถนัด และเจตคติความประพฤติ

 

สถานศึกษาสายอาชีพที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการสามารถยื่นข้อเสนอโครงการทางออนไลน์ได้ตั้งแต่วันนี้ -13 ธันวาคม 2564 หรืออ่านรายละเอียดได้ที่  https://www.eef.or.th/notice/career-capital-231121