จากผลสำรวจของ สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) พบว่า คนไทยมีความสุขมากขึ้น และตื่นตัวกับบรรยากาศเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลท้ายปี ทำให้กล้าตัดสินใจใช้จ่ายเพื่อสร้างความสุขในรูปแบบต่างๆ มากขึ้น

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) ร่วมกับ บริษัท สปา - ฮาคูโฮโด จำกัด เผยผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยประจำเดือนธันวาคม 2564 พบว่า คนไทยส่วนใหญ่มีความสุขเพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 จะยังคงอยู่ แต่คนไทยก็ปรับตัวและมุ่งหวังการสร้างความสุขในรูปแบบต่างๆ มากขึ้น

 

สิ่งที่เห็นได้ชัด คือบรรยากาศหลังจากประกาศเปิดประเทศ สถานการณ์ต่างๆ ก็เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง คนไทยมีแนวโน้มจับจ่ายเพิ่มสูงขึ้นในช่วงปลายปี 2564 และวางแผนในการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่

 

นางสาวชุติมา วิริยะมหากุล ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า คนไทยส่วนใหญ่มีความหวังมากขึ้น

 

"แม้จะยังมีความกังวลกับสถานการณ์และการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือพลังใจที่คนไทยทั้งประเทศกำลังเรียกคืนความสุขกลับมานั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก รวมไปถึงพลังแห่งการใช้จ่าย"

 

ที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก หลังจากประกาศเปิดประเทศตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 บรรยากาศต่างๆ และธุรกิจการท่องเที่ยวก็เป็นไปอย่างคึกคักเพื่อรองรับเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง

 

โดยผลสำรวจพบว่า คนไทยมีความสุขมากขึ้น 9% และกลุ่มผู้บริโภคเพศหญิงยังคงพร้อมใจช็อปปิ้งรับความสุขเพิ่มสูงขึ้น 5% เมื่อเทียบจากผลสำรวจในช่วงเดือนตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา

 

ทั้งนี้ได้มีข้อเสนอแนะที่สำคัญเกี่ยวกับ แนวโน้มความต้องการในการใช้จ่ายของผู้บริโภค  2 ข้อ ได้แก่

 

1.คนไทยเตรียมวางแผน แบรนด์ควรสร้างธีมเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลแห่งความสุข

ถือเป็นช่วงแห่งการสร้างสุขที่แท้จริง ซึ่งทางทีมวิจัยพบว่า คนไทยส่วนใหญ่เริ่มมีความต้องการในการจับจ่ายใช้สอยที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในส่วนของแบรนด์ต่างๆ ก็พากันตื่นตัวและอาศัยบรรยากาศในช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองนี้กระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมามอบรางวัลให้แก่ตัวเองด้วยเช่นกัน

 

ถือเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีที่จะทำให้ตัวของผู้บริโภคกล้าตัดสินใจที่จะใช้จ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะกับสิ่งที่พวกเขาไม่ค่อยได้ซื้อในช่วงสถานการณ์ที่ไม่ปกติก่อนหน้านี้ และถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีนับจากนี้หากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ไม่กลับมารุนแรงอีกครั้ง

 

 

เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ดันยอดการจับจ่ายพุ่ง

 

 

2. แรงกระตุ้นด้าน ‘อารมณ์’ ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้จ่ายแบบทันที 

ถึงแม้ว่าคนไทยส่วนใหญ่จะยังมีความกังวลกับสถานการณ์ต่างๆ ของสังคม แต่ความต้องการความสุขของคนไทยก็ยังมีความสำคัญ จะเห็นได้ว่าการทำกิจกรรมนอกบ้าน ถือเป็นแรงกระตุ้นอารมณ์ ส่งผลไปสู่การจับจ่าย

 

ไม่ว่าจะเป็นการทานอาหารนอกบ้าน การท่องเที่ยวภายในประเทศ โปรโมชั่นลดแลกแจกแถมที่กระตุ้นให้ผู้บริโภคใช้จ่ายแบบปัจจุบันทันด่วนได้เป็นอย่างดี

 

ธุรกิจท้องถิ่นต่างๆ กลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง นักการตลาดต่างรีบส่งกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อเชื่อมโยงแบรนด์ไปสู่สินค้าชุมชนได้มากขึ้น โดยเพิ่มช่องทางการเข้าถึงและการรับรู้ของแบรนด์ในชุมชนนั้นๆ เพื่อให้โดนใจกลุ่มผู้บริโภคในการจับจ่ายใช้สอย

 

ทางด้าน นาวสาวณัฐนิกา ตันวงค์ประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ บริษัท สปา - ฮาคูโฮโด จำกัด กล่าวว่า สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนจากผลวิจัยในครั้งนี้ พบว่า กลุ่มผู้บริโภคผู้หญิงมีความสุขเพิ่มสูงขึ้น วิถีการดำเนินชีวิตได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ หลายโรงเรียนต่างๆ ทั้งในเขตกรุงเทพและปริมณฑล รวมไปถึงโรงเรียนในต่างจังหวัดเริ่มกลับมาเปิดทำการเรียนการสอน หลังจากที่เรียนออนไลน์กันมานาน

 

เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ดันยอดการจับจ่ายพุ่ง

 

แบ่งสัดส่วนตามภูมิภาคพบว่า

 

  • ภาคกลาง มีความหวังว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น จึงมีความกล้าที่จะใช้จ่ายกับของใช้ส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นการซื้อผลิตภัณฑ์เสริมความงาม สินค้าแต่งบ้าน และอุปกรณ์ทันสมัยต่างๆ

 

  • ภาคตะวันออก มีความหวังว่าการเงินจะฟื้นฟูและมีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายกับสินค้าฟุ่มเฟือยอย่างเช่น อุปกรณ์ครื่องเสียง การออกไปทานอาหารนอกบ้านกับครอบครัว และรวมไปถึงการท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งมีผลคะแนนเท่ากันอยู่ที่ 61 คะแนน

 

  • ส่วนภูมิภาคที่มีแนวโน้มการใช้จ่ายสูงสุดเท่ากันคือ ภาคอีสานและภาคใต้ ที่เตรียมตัวเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขเพื่อเป็นการให้รางวัลแก่ตัวเอง

 

"พบว่าอายุ 40-49 ปี โดยเฉพาะผู้มีรายได้หลักของครอบครัวนั้น มีแนวโน้มที่จะจับจ่ายสินค้าฟุ่มเฟือยเพิ่มมากขึ้นไม่เกี่ยงเรื่องราคาแพง เพื่อความสะดวกสบายและให้รางวัลให้แก่ตัวเอง"

 

5 กลุ่มสินค้าที่ผู้บริโภคจับจ่ายมากที่สุด ดังนี้

  1. อาหารและเครื่องดื่ม 18%
  2. โทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟน  11%
  3. ของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน 10%
  4. การท่องเที่ยวภายในประเทศ 8%
  5. เสื้อผ้าและเครื่องประดับ 7%

 

เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ดันยอดการจับจ่ายพุ่ง