svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

"โบว์-ประวิตร" ปกป้อง "น้องลูกหนัง" เตือนฝั่ง ปชต.ไม่สร้างความเกลียดชัง

ฝั่งประชาธิปไตยจัดทัวร์รุมถล่มหนัก หลัง "โบว์-ประวิตร" โพสต์เฟซบุ๊กปกป้อง "น้องลูกหนัง" หลังถูกจัดหนัก จนแฮชแท็ก "#SITALA" ขึ้นติดเทรนด์

กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคมไทย เมื่อกลุ่มฝั่งประชาธิปไตยบางส่วน รุมโจมตี “ลูกหนัง” ศีตลา วงษ์กระจ่าง ลูกสาวฝาแฝดของ “ตั้ว” ศรัณยู และหัทยา วงศ์กระจ่าง ที่เพิ่งเปิดตัวเป็นสมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ป “H1-KEY” สังกัดค่าย GLG ในเกาหลีใต้

 

เมื่อกลุ่มประชาธิปไตย เข้าไปรุมแบนอย่างหนัก จนดันแฮชแท็กคำว่า “#SITALA” และ “#แบนลูกหนัง” ขึ้นติดเทรนด์อยู่ในเวลานี้ แต่อีกมุมหนึ่ง ก็มีเสียงทัดทานมาจากฝั่งตรงข้าม และฝั่งประชาธิปไตยเหมือนกันว่า การสร้างความเกลียดชังแบบนี้ ถือว่าถูกต้องแล้วหรือไม่

"โบว์-ประวิตร" เตือนสติฝั่งประชาธิปไตย ปมรุมด่าน้องลูกหนัง

ล่าสุด “โบว์” ณัฏฐา มหัทธนา นักกิจกรรม และนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “Bow Nuttaa Mahattana” ว่า ในทางการเมือง ปัจเจกบุคคลมีสิทธิแสดงออก และมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบกับการกระทำของตนเองตามกฎหมาย ส่วนการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทางการเมืองนั้นมีปัจจัยอีกมาก จะไปโยนให้ใครคนใดคนหนึ่งรับผิดชอบกับการกระทำของรัฐหรือกองทัพไม่ได้ บ่อยครั้งปัจเจกบุคคลก็เป็นเหยื่อของสถานการณ์และการปลุกปั่นเช่นกัน

 

ไม่ทราบว่าคนที่โจมตีลูกหนังอยู่นี่ จะรู้หรือไม่ว่าคนที่เรียกตัวเองว่าฝ่ายประชาธิปไตย ปัจจุบันจำนวนมากก็เคยเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตร และมีคนระดับแกนนำที่เคยเป่านกหวีดมาทั้งบ้านเช่นกัน การแสดงออกทางการเมือง เป็นสิทธิและปัจเจกบุคคลมีหน้าที่รับผิดชอบตามกฎหมายอยู่แล้ว

 

“การโจมตีถึงขั้นอยากทำลายอนาคตลูกหลาน คือวัฒนธรรมศาลเตี้ยที่ล้าหลังมาก ในอนาคตลูกหลานของแกนนำในปัจจุบัน ก็ไม่ควรโดนสิ่งเหล่านี้ จากฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ต้องไม่ร่วมสร้างบรรทัดฐานที่เสื่อม

 

ในสังคมประชาธิปไตยมีการสอนแต่เด็ก ให้รู้จักสื่อสารแบบ assertive ใช้เหตุผลในประเด็น ไม่โจมตีตัวบุคคล แค่ไม่จงใจสร้างความเดือดร้อน หรือทำร้ายทำลายกันก็เป็นเส้นที่คุยกันได้อย่างมีอารยะแล้ว ถ้าสร้างบรรยากาศที่ตรงกันข้าม การแลกเปลี่ยนในหมู่ประชาชนจะเป็นไปไม่ได้ และไม่เกิดพลังอะไรเลย สถานการณ์แบบนี้ผู้มีอำนาจนั่งยิ้ม

"โบว์-ประวิตร" เตือนสติฝั่งประชาธิปไตย ปมรุมด่าน้องลูกหนัง

ขณะที่นายประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโส โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “Pravit Rojanaphruk” ว่า ศาลตัดสินลงโทษ ยังลงโทษลูกเมียแทนมิได้ เราจึงมิสมควรลงโทษและบอยคอตหญิงคนหนึ่งเพราะสิ่งที่พ่อเธอก่อ

 

เธอเป็นเพียงตัวประกอบในการชุมนุมที่ไม่มีใครสนใจ จนกระทั่งจะเดบิวกับวง K Pop แล้พบว่าเป็นลูกตั้ว ศรัณยู - และถามจริงว่าถ้าลูกหนังมิใช่ลูกของตั้ว ศรัณยู จะมีใครสนใจประเด็นนี้ไหม? เกลียดชังขนาดนี้ไหม? ยอมรับเถอะครับมันคือความเกลียดตั้ว ศรัณยู ที่ไปลงที่ลูกสาวแทน เพราะลำพังลูกสาวไปร่วมชุมนุม มิได้มีใครสนใจหรือจดจำ

 

ผมไม่เห็นด้วยกับการกดดันลูกหนังเพื่อลงโทษกับกรรมที่ตั้วศรัณยูทำ นี่มิใช่ความยุติธรรม แต่มันคือการล้างแค้นอย่างไม่ถูกต้อง เราควรจะมองไปในอนาคต มิใช่จมปลักอยู่กับความเกลียดชังในอดีต

"โบว์-ประวิตร" เตือนสติฝั่งประชาธิปไตย ปมรุมด่าน้องลูกหนัง