ทั้งนี้นายสุทิน ยังตั้งข้อสังเกตต่อการเดินทางเยือนประเทศเมียนมา เพราะต้องการรับรองสถานะของรัฐบาลทหารของเมียนมา ซึ่งเป็นท่าทีที่นานาชาติไม่ยอมรับ โดยนายดอน ชี้แจงว่า การเมืองระหว่างประเทศไม่มีอะไรที่แน่นอน (Absolute) ความพยายามที่สร้างสรรค์ สามารถทำคู่ขนานกับความขัดแย้งได้ เหมือนเคยมีคำกล่าวว่า ไฟท์ ไฟท์ ทอล์ก ทอล์ก คือ พยายามคุยกันตลอดเวลา ด้านการต่างประเทศ นั้น ตนยอมรับว่ามีผู้แทนพิเศษเอ็นเอสจี ขอให้ไทยเป็นตัวกลางเกือบทุกเรื่อง
นายดอน กล่าวด้วยว่า สำหรับผู้แทนสหรัฐที่เดินทางมาประเทศไทย เป็นข่าวที่สิงคโปร์ แต่ไทยไม่ให้ข่าว มีประเด็นขอให้ช่วย โดยต้องการให้ไทยเป็นผู้นำอาเซียนในการประสานกับเมียนมา แต่ไม่เป็นเรื่องที่พูดหรือเปิดเผยได้ ซึ่งการพูดคุยกับเมียนมา ที่ผ่านมาเป็นประโยชน์และเขาเห็นด้วยในหลักการที่จะร่วมมือกับอาเซียน และนานาชาติ ดูแลปีญหาทุกข์สุขของประชาชน และสิ่งที่ได้คุยกับเมียนมา ได้รับความเห็นชอบในหลักการ และได้พูดกับประเทศตะวันตกหลายประเทศ ซึ่งทุกประเทศอยากมีส่วนร่วม
นายดอน ยังกล่าวตอบประเด็นที่สหรัฐอเมริกาไม่เชิญประเทศไทยร่วมประชุมสุดยอดเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเพราะท่าทีไทยหลังเยือนเมียนมา ว่า ไม่เชิญไม่แปลก บางเรื่องดีใจ ที่ไม่ได้รับเชิญ แต่หากเชิญ เราต้องพิจารณาว่าจะไปหรือไม่ เพราะหลายกรณีเป็นดาบสองคม ไม่ใช่ไม่มีคำเชิญแล้วต้องกระทืบเท้าเสียใจ โลกเป็นจริงไม่เป็นแบบนั้น ความจริงของชีวิตต่างประเทศไม่ได้เป็นอย่างที่หลายคนเข้าใจ ผมอยากนัดทานข้าวกับท่าน เพื่อเล่าให้ฟังในหลายมุม
ทั้งนี้นายสุทิน ปฏิเสธคำชวนของนายดอน และกล่าวว่าขอให้ใช้เวทีของสภาฯ เพื่อชี้แจง หากประชุมโดยเปิดเผยไม่ได้ ขอให้ประชุมลับได้ พร้อมตั้งคำถามด้วยถึงท่าทีของไทยต่อการรัฐประหารในประเทศเมียนมา และการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง
โดย นายดอน กล่าวว่า เข้าใจข้อเท็จจริง เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ ประเทศอาเซียน เรียกร้องให้คืนอำนาจเรารู้ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่การคืนอำนาจหรือปรองดองให้มีอำนานร่วมกันทำได้ ต้องพูดคุยกันท่าทีของไทยในทันที ไม่มีที่ไหนเกิดขึ้น หากพยายามหาช่องทางคุยกับผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันมีประโยชน์คืนอำนาจและจัดสรรอำนาจระหว่างกัน เราเดินทางนี้ และหลายประเทศเข้าใจ ในโลกเป็นจริงกับต่างประเทศ มี bad cop. และ Best Cop. ซึ่งหลายประเทศมองว่าไทยคือ Good Cop