จับตา! บิ๊กเนมการเมือง จ่อไหลกลับ “เพื่อไทย” หลัง “ธรรมนัส” ปัดชื่อผู้สมัคร ก๊กอื่นทิ้ง อดลงสนามชิง ส.ส.ในนามพลังประชารัฐ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

23 พฤศจิกายน 2564 ภายหลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้บัตรเลือกตั้ง กลับไปใช้แบบ 2 ใบ มีผลบังคับใช้แล้ว ส่งผลให้แต่ละพรรคการเมือง ลั่นกลองรบกันอย่างคึกคัก  แต่ฟากฝั่งที่ดูเหมือนจะตื่นตัวมากกว่าคือ “ฝ่ายค้าน” อย่าง พรรคเพื่อไทย ที่กติกาใหม่นี้ เปิดทางให้สามารถแลนด์สไลด์จัดตั้งรัฐบาลได้ เหมือนในอดีต ที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยทำได้ เมื่อการเลือกตั้งใหญ่ ปี 2548 ที่สามารถกวาดคะแนนเสียง ส.ส.ได้ถึง 377 คน ซึ่งเกินกึ่งหนึ่งของสภา และเพียงพอต่อการจัดตั้งรัฐบาล ในกติกาปัจจุบัน ที่ติดล็อก 250 ส.ว.ร่วมเลือกนายกฯ ด้วย ดังนั้น จึงไม่แปลกที่พรรคเพื่อไทย ดูเหมือนจะคึกคัก และพร้อมกว่า เนื่องจากการแก้เป็นบัตร 2 ใบ นั้น เข้าทางพรรคเพื่อไทย เต็มๆ และจากนี้ ต้องจับตาเลือดเก่าไหลกลับให้ดี เพราะหากพรรคเพื่อไทย หวังจะแลนด์สไลด์ ก็ต้องดึงบิ๊กเนม กลับรังเท่านั้น

และกระแสข่าวหนาหูว่า จะมีระดับบิ๊กเนมการเมือง หลายกลุ่ม กลับไปรวมตัวกันที่พรรคเพื่อไทย ก็สอดคล้องกับสถานการณ์ภายในพรรคพลังประชารัฐ ที่ขณะนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค ได้เดินสายเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรค แต่ก็ถูกคอการเมืองจับตา เนื่องจากผิดสังเกตุที่ ส.ส. หรือ อดีตผู้สมัคร ครั้งที่แล้ว ของบางก๊ก บางกลุ่ม ถูกร.อ.ธรรมนัส ปัดชื่อตกทั้งหมด จนมีคนอ่านเกมกันว่า เป็นการบีบให้ก๊กอื่นออกจากพรรคหรือไม่ เพราะขณะนี้ ต้องยอมรับว่า “บิ๊กนัส” ยังมีบารมีคับพรรค และเป็นกรรมการสรรหาผู้สมัคร จึงมีอำนาจเต็ม ในการคัดเลือกคน จึงไม่ต้องแปลกใจที่มีแต่คนกันเอง 


โดยกลุ่มจังหวัด ที่ร.อ.ธรรมนัส เลือกชูมือว่าที่ผู้สมัคร ก่อนนั้น เป็นพื้นที่เมืองหลวงของตัวเอง อย่าง ภาคเหนือ แต่ก็จะทับซ้อน กับกลุ่มสามมิตร ที่การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ก็ได้รับผิดชอบภาคเหนือตอนล่าง แต่บางเขตยังไร้เงาผู้สมัครจากก๊กสามมิตร อย่าง การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครล่าสุดที่จังหวัดน่าน ปรากฎว่า ผู้สมัครเดิมจากกลุ่มสามมิตร ถูกปัดตก ทั้งที่มีคะแนนเป็นลำดับสอง อย่าง นายคุณดร งามธุระ อดีตผู้สมัคร จังหวัดน่าน เขต 3 ที่ได้คะแนนถึง 22,640 คะแนน ห่างอับดับหนึ่ง เพียง 9 พันคะแนน ซึ่งในทางการเมือง นายคุณดร จะถูกจัดว่าเป็นผู้สมัคร เกรดบี เพราะมีคะแนนจำนวนมาก และมีโอกาสชนะ แต่ครั้งนี้ กลับไร้ชื่อชิง ส.ส.ในนามพรรคพลังประชารัฐ รวมถึงเกิดกรณีลักษณะนี้กับอีกหลายจังหวัด นายสมศักดิ์ เมื่อครั้งช่วยนายคุณดร หาเสียงจังหวัดน่าน

จึงเป็นที่น่าจับตาว่า การปล่อยให้คนในก๊กของตัวเอง อดลงสนามชิง ส.ส.นั้น คงไม่ใช่เรื่องบังเอิน แต่อาจจะเป็นการส่งสัญญาณได้หลายอย่าง ซึ่งหากถอดรหัส ก็พอจะมองออกว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า ระดับบิ๊กเนม อาจย้ายตาม “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ขณะนี้ ตั้งพรรคสำรองให้เลือกแล้วจำนวนมาก แต่ที่มีโอกาสใกล้เคียงที่สุด ดูเหมือนจะเป็นพรรคไทยสร้างสรรค์ ที่มีระดับเสธคนสนิท และคีย์แมนการเมืองให้ “บิ๊กตู่” ในอดีต เป็นผู้จัดตั้ง หรือ บางก๊ก อาจจะแยกตัวไปทำพรรคเอง แต่ด้วยกติกาบัตร 2 ใบ ที่เอื้อแต่พรรคใหญ่ จึงมีความเป็นไปได้ ที่อาจจะสลับขั่วไปอยู่พรรคเพื่อไทย เพราะบิ๊กเนม ในพรรคพลังประชารัฐ ก็ล้วนมาจากพรรคเพื่อไทยทั้งสิ้น 

 


ดังนั้น น่าจับตาย่างก้าวสำคัญของพรรคพลังประชารัฐ ภายใต้การนำของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ ร.อ.ธรรมนัส ว่าจะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์อย่างไร เพื่อรักษาระดับบิ๊กเนมไว้ หรือ จะเลือกเดินเกมยึดอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดภายในพรรค และบีบให้ก๊กต่างๆถอนตัว ซึ่งก็จะยิ่งเข้าทางพรรคเพื่อไทย และอาจตรงกับข้อครหาก่อนหน้านี้ว่า ร.อ.ธรรมนัส อาจรู้กันกับนายทักษิณ หรือไม่ ดังนั้น การเดินเกมจากนี้ของ พรรคพลังประชารัฐ ย่อมจะเป็นตัวชี้วัดว่า จะคัมแบ็คกลับมาเป็นรัฐบาล หรือ ส่งให้พรรคเพื่อไทย ทำแลนด์สไลด์ พล.อ.ประวิตร และ ร.อ.ธรรมนัส