ที่ผ่านมา กกพ.ได้ดำเนินนโยบายบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพให้ประชาชนผู้ใช้พลังงานมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรการการลดค่าไฟฟ้า และตรึงค่าเอฟทีอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี จนถึงขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 เบาบางลง ทำให้เศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกประเทศเริ่มฟื้นตัว
ประกอบกับสถานการณ์วิกฤตพลังงานในต่างประเทศ ซึ่งเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวส่งผลให้เกิดภาวะพลังงานตึงตัว เนื่องจากความต้องการใช้พลังงาน ทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้นมาก จึงเป็นเหตุให้ค่าเอฟทีในงวดเดือนมกราคม – เมษายน 2565 เพิ่มขึ้นเป็น 48.01 สตางค์
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการ กกพ. ได้พิจารณานำเงินบริหารจัดการค่าเอฟที และเงินเรียกคืนฐานะการเงินจากการไฟฟ้าที่มีอยู่ทั้งหมดมาลดผลกระทบของการปรับค่าเอฟทีครั้งนี้กว่า 5,129 ล้านบาท และนำเงินผลประโยชน์ของบัญชีเงินที่จ่ายค่าก๊าซธรรมชาติล่วงหน้าตามปริมาณก๊าซตามสัญญาไปก่อนของแหล่งก๊าซธรรมชาติเมียนมาอีก 13,511 ล้านบาท รวมเป็นเงินเพื่อบรรเทาผลกระทบการปรับขึ้นค่าเอฟทีทั้งหมด 18,640 ล้านบาท
กกพ.ได้ลดผลกระทบโดยทยอยปรับเพิ่มค่าเอฟทีแบบขั้นบันได โดยงวดเดือนมกราคม- เมษายน 2565 จะเพิ่มขึ้น 16.71 สตางค์ จากปัจจุบัน -15.32 สตางค์ในงวดก่อนหน้า มาอยู่ที่ 1.39 สตางค์ต่อหน่วย และทยอยปรับปรุงตามค่าจริงในรอบต่อๆ ไป