svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม nation online

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
เนชั่นทีวี

การเมือง

6 ประเด็นต้องตอบ ใช้รถทหารแทนรถบรรทุก

19 พฤศจิกายน 2564
534

นักวิชาการชี้ กลไกรถทหารออกแบบมาให้ใช้ในกิจการทางทหาร ไม่ใช่การขนส่งสินค้า รถทหารก็ต้องใช้น้ำมันดีเซล จึงเป็นการเพิ่มต้นทุนให้กับกองทัพโดยที่ไม่ใช่ภารกิจหลักและรองของกองทัพ

หลังจาก สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์พลังของคนรถบรรทุก (Truck Power) ซีซั่น 2 เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องรัฐลดราคาน้ำมันดีเซลเหลือลิตรละ 25 บาท โดยขู่ว่ามาตรการต่อไปจะหยุดขนส่งสินค้าอุปโภค-บริโภค เพื่อยกระดับการกดดันรัฐบาล

 

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้นำรถทหารมาบรรทุกขน-ส่งให้บริการทดแทน

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี

 

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีสั่งการแก้ไขปัญหากลุ่มรถบรรทุกหยุดวิ่ง ด้วยการให้ใช้รถบรรทุกของทหารแทน ส่วนตัวไม่ได้ปิดกั้นความคิดเห็นของนายกฯ ที่สั่งการเช่นนั้น เพราะในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ท่านมีสิทธิ์คิดแก้ไขปัญหาได้ 

 

แต่ก่อนจะสั่งการให้ใช้รถทหารขนของแทนรถบรรทุกที่หยุดวิ่ง รัฐบาลควรจะต้องไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน และพิจารณา 6 ประเด็นนี้ให้รัดกุมก่อน ดังนี้

 

1.ระบบกลไกของรถทหารถูกออกแบบมาให้ใช้ในกิจการทางทหาร ไม่ใช่การขนส่งสินค้าแบบเอกชน กล่าวคือ เป็นรถเฉพาะทางทางภารกิจ / ดังนั้นฟังก์ชั่นในการทำงานอาจจะไม่เอื้อให้สามารถอำนวยความสะดวกได้เหมือนรถที่ถูกออกแบบและสร้างมาเพื่อการขนส่งสินค้าโดยเฉพาะ อาจทำให้เกิดผลเสียมากกว่าได้

2.แม้อาจนำรถทหารมาขนของได้บ้าง แต่ก็จำกัดการใช้งานได้ในกิจการบางประเภทเท่านั้น เช่น ขนพืชผักผลไม้บางชนิด แต่จะไม่สามารถนำมาขนของได้ทุกประเภทกิจการ เช่น การขนส่งสินค้าสดที่ต้องใช้ห้องเย็นแช่แข็ง กระทำไม่ได้ และถ้าจะปรับแต่งรถทหารให้ขนส่งสินค้าได้หลายประเภท ก็ต้องเสียเวลาในการปรับแต่งรถ ตลอดจนค่าใช้จ่ายเพิ่มในการปรับแต่ง แต่นำมาใช้ขนส่งเป็นการชั่วคราว จะเสียงบประมาณรัฐโดยไม่เกิดประโยชน์สูงสุด

 

3.หากนำมาใช้แค่ในการขนส่งสินค้าบางประเภท ก็จะไม่ทำให้เกิดปริมาณการใช้รถที่มากพอจนส่งผลต่อการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในภาพรวมทั้งระบบเศรษฐกิจลงได้ เพราะปริมาณการใช้รถขนส่งมีน้อยกว่าความจำเป็นที่ต้องการมาก ในทางเศรษฐศาสตร์จะไม่เกิดสิ่งที่เรียกว่า “การประหยัดต่อขนาด” หรือ economy of scale ซึ่งไม่คุ้มค่าที่จะดำเนินการ 

 

4.ความเชี่ยวชาญและความถนัดในงานขนส่งของเจ้าหน้าที่ทางการทหารไม่เหมือนกับพนักงานขนส่งปกติ เนื่องจากฟังก์ชั่นการใช้งานรถมีความแตกต่างกับรถบรรทุกปกติ ทั้งระบบกลไกรถ อุปกรณ์ไฮดรอลิคบรรเทาแรง และขนาดระวางบรรทุกที่ทำให้เกิดความคุ้มค่าต่อปริมาณเที่ยวที่ดำเนินการ หากเดินหน้านโยบายนี้ต่อไปจะทำให้การขนส่งไม่เกิดประสิทธิภาพตามที่คาดหวัง
6 ประเด็นต้องตอบ ใช้รถทหารแทนรถบรรทุก

เตือน “เตี้ยอุ้มค่อม - ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” 

5.การบริหารจัดการกำลังพลที่ให้เพียงพอต่อการขนส่ง และความรวดเร็วในการขนส่งสินค้าตามกำหนดเวลา เพราะภารกิจการขนถ่ายต้องครอบคลุมทุกกิจการและทุกสารทิศ ดังนั้นจึงไม่อาจมาทดแทนมืออาชีพทางลอจิสติกส์การขนส่งที่มีอยู่แล้วได้ในระบบเศรษฐกิจ

 

6.การดำเนินการทุกอย่างต้องมีต้นทุน รถทหารก็ต้องใช้น้ำมันดีเซล จึงเป็นการเพิ่มต้นทุนให้กับกองทัพโดยที่ไม่ใช่ภารกิจหลักและรองของกองทัพ จะเป็นการกระทำที่อาจเสียเปล่า ซึ่งสองปีที่ผ่านมานี้ งบทางการทหารก็ถูกหั่นลงมาพอสมควรจากปัญหาวิกฤตโควิด-19 ดังนั้นเมื่อกองทัพต้องมาแบกรับภาระต้นทุนน้ำมันเพิ่มขึ้นจากการนำมาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้านี้ ก็ย่อมลดทอนศักยภาพกองทัพที่จะปฏิบัติภารกิจหลักและรองลงไปด้วย 

 

จะเข้าลักษณะคำพังเพยที่ว่า “เตี้ยอุ้มค่อม” กล่าวคือ บทบาทหลักก็ทำได้ไม่เต็มที่เพราะถูกดึงทรัพยากรกองทัพมาใช้และไม่มีความถนัดในงาน ขณะที่บทบาทในการขนส่งสินค้าก็ทำไม่ได้ดีเพราะไม่มีความเข้าใจในระบบลอจิสติกส์และเชี่ยวชาญ ดังนั้น จะกลายเป็น “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” เสียมากกว่า

 

หากรัฐบาลต้องการผลักดันให้ใช้รถทหารในการขนส่งต่อไป ก็ต้องพิจารณาอย่างถ้วนถี่และแก้ไขผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก 6 ประการนี้ก่อน ถึงจะดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิผลตามที่ต้องการ มิฉะนั้นแล้วจะถูกครหาว่า “คิดไม่รอบคอบ” อันอาจทำให้เกิดผลเสียต่อรัฐบาลตามมาอีกเป็นลูกโซ่

6 ประเด็นต้องตอบ ใช้รถทหารแทนรถบรรทุก