เนชั่นทีวี

ข่าว

เจ้าภาพโต้ ไม่ได้หอบเงินกฐินหนี ถวายวัดทุกบาท

18 พ.ย. 2564 | sumalee

เจ้าภาพโต้ ไม่ได้หอบเงินกฐินหนี ถวายวัดทุกบาท

เจ้าภาพกฐิน โต้ไม่ได้หอบเงินถวายวัดหนองไผ่ จ.บุรีรัมย์ หนีตามที่ถูกกล่าวหา เงินอยู่ที่วัดครบทุกบาท ยันเขียนแจ้งยอดให้คณะเจ้าภาพที่ไปร่วมทอดกฐินทราบทุกคน แยกเงินเป็น 2 ส่วนถวายเจ้าอาวาสส่วนตัว และไว้สร้างพระปรางค์สายญาติ

จากกรณีที่มีชาวบ้านหนองไผ่ ต.หลักเขต อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ร้องเรียนให้มีการตรวจสอบเงินกฐินที่คณะเจ้าภาพจากในตัวเมืองบุรีรัมย์ นำมาทอดที่วัดหนองไผ่ ต.หลักเขต เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ที่ผ่านมา เพราะหลายคนคลางแคลงใจว่าทำไมหลังเสร็จพิธี เจ้าภาพไม่มีการแจ้งยอด และประกาศให้คณะกรรมการ รวมถึงชาวบ้านที่มาร่วมทำบุญได้รับทราบ บางกระแสก็บอกว่าเจ้าภาพหอบเงินกฐินหนี ไม่ได้มอบให้กับทางวัดทั้งหมด จนเกิดกระแสดรามาและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมา

 

ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปยังวัดหนองไผ่ เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ได้พบบรรดาญาติโยม ลูกศิษย์ลูกหาทยอยเดินทางมาสอบถามและให้กำลังใจ พระครูประดิษฐ์ปัญญาภรณ์ อายุ 74 ปี เจ้าอาวาสวัดหนองไผ่ และเจ้าคณะตำบลหลักเขต ด้วย

 

จากการสอบถามพระครูประดิษฐ์ปัญญาภรณ์ ให้ข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ย.64 ที่วัดได้มีงานทำบุญทอดกฐินสามัคคี และโรงทานหลายโรง วันนั้น มีคณะเจ้าภาพหลักจากในตัวเมืองบุรีรัมย์ นำกองกฐินใหญ่มาร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ พอเสร็จพิธีอาตมา ก็ยังมีทราบว่าได้ยอดกฐินเท่าไหร่ เพราะวันนั้นคนเยอะต่างคนก็ต่างยุ่งวุ่นวาย กระทั่งประมาณ 6 โมงเย็นหรือ 1 ทุ่ม เจ้าภาพก็นำเงินมาถวายให้หลวงพ่อ 100,000 บาท แต่ก็ไม่ได้แจ้งว่ายอดรวมเท่าไหร่

 

ต่อมาช่วงเช้าวันที่ 17 พ.ย. ถึงมาทราบว่ายอดเงินกฐินทั้งหมด 231,702 บาท ส่วนที่เหลือ 131,702 บาท อยู่กับป้ายุ แม่ครัวซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการวัด เรื่องราวที่เกิดขึ้นน่าจะเกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อน ซึ่งตอนนี้ทางวัดก็ได้เงินครบแล้วทุกบาท ไม่ได้ติดใจอะไร ทั้งนี้ หลวงพ่อยังขอบิณฑบาตให้เรื่องนี้จบแค่นี้ไม่อยากให้เกิดปัญหาบานปลาย

เจ้าภาพโต้ ไม่ได้หอบเงินกฐินหนี ถวายวัดทุกบาท
 

น.ส.ศิริรัตน์ จริรัมย์ หนึ่งในชาวบ้านที่มาร่วมทำบุญทอดกฐิน บอกว่า หลังจากเสร็จพิธีและนับเงินเรียบร้อยแล้ว ไม่เห็นได้ยินว่ามีการประกาศยอดเงินกฐิน ก็รู้สึกแปลกใจ พอมาสอบถามหลวงพ่อ ก็บอกว่าเขาถวายให้ 100,000 บาท ส่วนที่เหลือหลวงพ่อก็ไม่รู้ กระทั่งมารู้ทีหลังว่าหลวงพ่อได้เงินครบแล้วเมื่อวันที่ 17พ.ย. จึงอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นว่าข้อเท็จจริงเป็นยังไง
 

นายทรงศักดิ์ โคกรัมย์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 บ้านหนองไผ่ บอกว่า วันนั้นตนเองก็อยู่ในงานแต่ไม่ได้อยู่จุดที่เขานับเงินกัน ตนได้มอบหมายให้ผู้ช่วย ผญบ. และมัคทายกดำเนินการ แต่ก็ให้คนไปสอบถามทางเจ้าภาพว่ายอดกฐินทั้งหมดเท่าไหร่ ก็ได้รับคำตอบว่า "ไม่ต้องถามเรื่องยอดหรอก” จึงทำให้ชาวบ้านบางคนเกิดความคาใจ

 

ส่วนตัวไม่อยากจะปักปลำใครแต่ปกติแล้วตามธรรมเนียมปฏิบัติเมื่อนับเสร็จแล้วก็ควรจะประกาศให้รับรู้ทั่วกัน ส่วนเรื่องการถวายเงินกฐินตนไม่รู้ว่าถวายตอนไหน แต่ที่มีชาวบ้านบางคนกล่าวหาว่าตนเองเป็นคนเอาเงินกฐินไปนั้น ก็ขอยื่นยันว่าไม่เป็นความจริงตนไม่ยุ่งตั้งแต่การนับเงิน หรือถวายเงินให้หลวงพ่อเลย ก็ขอความเป็นธรรมด้วย

เจ้าภาพโต้ ไม่ได้หอบเงินกฐินหนี ถวายวัดทุกบาท

นายฉัตรพงษ์ จอมการณ์นนท์ หรืออากง ที่เป็นเจ้าภาพหลัก ได้ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า ขอยืนยันว่าทั้งตัวเอง และคณะเจ้าภาพไม่มีใครหอบเงินกฐินหนีตามที่ถูกกล่าวหาเลย เงินทุกบาทยังอยู่ที่วัดตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย. จนถึงวันนี้ พอข่าวออกมาว่าเจ้าภาพหอบเงินกฐินหนี ก็ตกใจมาก และขอชี้แจงว่าหลังจากเสร็จพิธีและนับเงินเรียบร้อยก็แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 100,000 บาท ใส่ถังพลาสติกห่อผ้าขาว ถวายส่วนตัวให้กับเจ้าอาวาสกับมือ ส่วนอีก 131,702 บาทที่ใส่ถังพลาสติกอีกใบห่อด้วยผ้าขาวเหมือนกัน ที่ตั้งใจว่าจะเก็บไว้สร้างพระปรางค์สายญาติ ให้กับทางวัด ก็ตั้งไว้ในกุฏิของหลวงพ่อ ซึ่งก็แจ้งหลวงพ่อทราบแล้ว ยืนยันว่าไม่มีใครได้เอาเงินออกมาจากวัดเลยแม้แต่บาทเดียว

 

ส่วนที่กล่าวหาว่าไม่ได้แจ้งยอดและประกาศให้ทราบนั้นก็ไม่เป็นความจริง เพราะหลังจากนับเงินเสร็จก็เขียนใส่กระดาษเอาไว้แล้วแจ้งให้คณะเจ้าภาพรับทราบกันทุกคนแบบปากต่อปากบางคนก็ถ่ายรูปกระดาษไว้ ส่วนที่ไม่ได้ประกาศเนื่องจากเครื่องขยายเสียงทั้งของ ผญบ. และของทางวัดเสียใช้การไม่ได้จึงไม่ได้ประกาศ ก็ยังงงว่าทุกคนทราบแต่ทำไมกรรมการอ้างว่าไม่ทราบ จึงเชื่อว่าปมเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะมีคนไม่พอใจตนเองส่วนตัวมากกว่า

 

แต่หลวงพ่อ ก็ควรจะบอกกรรมการฯ และญาติโยมให้เข้าใจว่าความจริงเป็นยังไง ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดความเข้าใจผิด แต่หลังจากเกิดเรื่องทั้งตนและคณะเจ้าภาพฯ ก็รีบเดินทางไปที่วัด หลวงพ่อก็ยอมรับว่าเข้าใจคลาดเคลื่อน และพูดมาคำหนึ่งว่า “หลวงพ่อนึกไม่ถึง”

 

ยอมรับว่าเสียใจเพราะทำบุญที่วันนี้มา14ปีแล้วไม่เคยมีปัญหา ทั้งจัดกฐิน ผ้าป่า รวมถึงปัจจัยส่วนตัวทั้งสร้างหลังคา ซ่อมเมรุ สร้างพระสีวลี และติดไฟโซล่าเซล รวมถึงปลูกต้นไม้ให้กับวัด โดยเงินกฐินหรือผ้าป่า จะแบ่งถวายให้หลวงพ่อส่วนตัว ที่เหลือก็ก่อสร้างตามจุดประสงค์ แต่หลวงพ่อกลับไม่แจ้งให้ญาติโยมได้รับทราบ จนทำให้เกิดความเข้าใจผิด แต่ก็ไม่ได้โกรธเพราะความจริงก็รู้อยู่แก่ใจ

 

นายนิยม กางบิด เจ้าภาพร่วมที่เป็นคนถือถังพลาสติกใส่เงินกฐินไปเก็บไว้ในกุฏิเจ้าอาวาส ยืนยันเจ้าภาพทุกคนทราบได้ยอดกฐินทั้งหมดเท่าไหร่ และได้มอบให้ทางวัดครบแล้ว ไม่มีใครหอบเงินออกมาจากวัดตามที่ถูกกล่าวหาเลย การกล่าวหาแบบนี้ทำให้คนที่ตั้งใจไปทำบุญเสียหาย

 

เจ้าภาพโต้ ไม่ได้หอบเงินกฐินหนี ถวายวัดทุกบาท

ภาพ/ข่าว : สุรชัย พิรักษา จ.บุรีรัมย์

ข่าวล่าสุด