สำหรับ "บองบอง" ลูกชายของบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่า "จับกุมคุมขัง ทรมาน และปล้นชาติ ทำให้ชาวฟิลิปปินส์ต้องยากจน" อ้างว่าจะทำให้ประเทศเป็นปึกแผ่นหลังการระบาดของโควิด-19 ขณะที่หลายคนมองว่าการประกาศตัวลงสนามเลือกตั้งระดับชาติของเขาไม่เป็นมงคลเอาเสียเลย เพราะตรงกับวันครบรอบ 19 ปี ที่พ่อของเขาประกาศใช้กฎอัยการศึก ขณะบริหารประเทศแบบกำปั้นเหล็กมานาน 25 ปี และกอบโกยความมั่งคั่งเข้ากระเป๋าตัวเองราว 10,000 ล้านดอลลาร์ ก่อนที่ลูกชายจะมาแก้ต่างให้ในตอนนี้ว่าข้อกล่าวหาทั้งหมดเป็นการ "ใส่ร้ายป้ายสี" แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นผู้ประท้วงที่รู้ตื้นลึกหนาบาง ที่บอกว่า "ช่างน่าอับอาย ที่ตระกูลนี้กลับมาเพื่อหวังตำแหน่งสูงสุดของประเทศ"
ส่วน ปาเกียว ผู้มีทักษะบนสังเวียนมานาน 26 ปี จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักมวยอาชีพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล และเป็นเพียงคนเดียวที่ครองเข็มขัดแชมป์ถึง 8 รุ่น แต่ในเรื่องทักษะการเมืองยังไม่เด่นชัด และต้องการการพิสูจน์เมื่อเขาลงชิงสนามใหญ่หลังได้รับเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิกเมื่อปี 2559
เขาบอกว่าอยากช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสของประเทศ เขาใช้ชีวิตอย่างยากจนข้นแค้นเมื่อยังเด็ก ขายขนมและบุหรี่เพื่อหารายได้ ตอนเป็นวัยรุ่นก็ทำงานเป็นกรรมกรเพื่อช่วยเหลือครอบครัว และกลายเป็นเศรษฐีก็ด้วยหยาดเหงื่อของตัวเองล้วน ๆ แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าแทนที่จะชิมลางด้วยการสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีก่อน เพื่อแสดงให้เห็นความตั้งใจจริง เขากลับกระโดดข้ามขั้นไปที่จุดสูงสุดซึ่งมันยังเร็วเกินไป แต่การเป็นขวัญใจของประชาชนโดยเฉพาะคนยากคนจน ก็ทำให้เขาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวเช่นกัน
อีกคนหนึ่งที่เป็นขวัญใจมหาชนไม่แพ้ ปาเกียว คือ โมเรโน ที่โดดเด่นทางการเมืองในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เขาเป็นชาวมะนิลาโดยกำเนิด เติบโตสลัมและเก็บขยะขายตามสูตรนักสู้ชีวิต เขาเข้าสู่วงการบันเทิงเมื่อทศวรรษที่ 1990 ส่วนใหญ่เล่นหนังแนวโรแมนติก เขาเข้าสู่วงการเมืองตั้งแต่ปี 2531 โดยได้เป็นสมาชิกสภากรุงมะนิลา ก่อนได้รับเลือกตั้งเป็นรองนายกเทศมนตรี ปี 2550 และได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรี ปี 2562
โมเรโน ยังเป็นที่คลั่งไคล้ในสื่อสังคมออนไลน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน Facebook ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในฟิลิปปินส์ มันเป็นปรากฎการณ์ที่เกินต้านมียอดไลค์เกินกว่า 1.8 ล้านครั้ง และกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เขายังไลฟ์สดแล้วกว่า 260 ครั้ง ตั้งแต่การประชุมอย่างเป็นทางการทั่วไปจนถึงการไปตรวจเยี่ยมการทำงานของตำรวจ โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าหรือแค่พบหมอฟันก็อยากให้ประชาชนได้รับรู้
พวกเขาเหล่านี้คือผู้สมัคร 3 แบบ 3 สไตล์ ที่ขึ้นอยู่กับใจของชาวฟิลิปปินส์ว่าพวกเขาโดนใคร "ป้ายยา" จนต้องไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้!!!