เนชั่นทีวี

ข่าว

ผู้นำ 3 แบบ 3 สไตล์ ขอรับใช้ชาวฟิลิปปินส์

17 พ.ย. 2564

ผู้นำ 3 แบบ 3 สไตล์ ขอรับใช้ชาวฟิลิปปินส์

อดีตลูกชายผู้นำจอมเผด็จการ อดีตนักแสดง และแชมป์มวยสากลที่โด่งดังไปทั่วโลก ต่างเสนอตัว "รับใช้" ชาวฟิลิปปินส์ในฐานะ "ผู้นำคนใหม่" ที่ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งต้องถามใจตัวเองว่าชอบผู้นำคนไหนใน 3 แบบ 3 สไตล์

ใกล้เวลาที่ ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ต้องโบกมือลาหลังดำรงตำแหน่งครบ 6 ปี ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และแม้ว่าการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีจะยังไม่เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ แต่ดูเหมือนเรื่องราว "ดรามา" และ "เล่ห์เหลี่ยม" ต่าง ๆ ก็เริ่มทยอยให้เห็นเป็นระยะ ๆ แล้ว โดยเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายสำหรับการประกาศตัวเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็ปรากฎว่าคนที่ดาหน้าออกมาล้วนแล้วแต่เป็นคนที่ชาวฟิลิปปินส์คุ้นหน้าคุ้นตาและทรงอิทธิพลอย่างยิ่ง 

 

เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ หรือ บองบอง

 

เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ หรือ "บองบอง" ลูกชายอดีตผู้นำเผด็จการเฟอร์ดินานด์ มากอส ที่เผ่นหนีไปฮาวายจนสิ้นอายุขัย หลังถูก "พลังประชาชน" ลุกฮือขึ้นโค่นอำนาจเมื่อปี 2529 แต่เขาก็ไม่ลืมกำพืดเดิม การเติบโตมาท่ามกลางอาชญากรและพวกติดยาข้างถนนน มีชีวิตที่ยากลำบากตั้งแต่เกิด ทำให้เข้าใจวิถีของชาวฟิลิปปินส์เป็นอย่างดี

 

แมนนี่ ปาเกียว

 

แมนนี่ ปาเกียว วุฒิสมาชิกและอดีตแชมป์มวยสากลที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก และได้ชื่อว่าเป็นขวัญใจชาวฟิลิปปินส์ที่สร้างความสุขด้วยการนำชัยชนะมาให้ทุกครั้งที่ขึ้นชก ที่แม้แต่กลุ่มอาบู ไซยาฟ ที่ชอบลักพาตัวและบางครั้งก็สังหารตัวประกันอย่างโหดเหี้ยม ก็ยังไม่ลงมือในวันที่ปาเกียวชก 

 

อิสโก โมเรโน

 

อิสโก โมเรโน หรือชื่อจริงว่าฟรานซิสโก โมเรโน โดมาโกโซ  นายกเทศมนตรีกรุงมะนิลา ที่ถีบตัวเองจากเด็กที่เก็บกินตามกองขยะมาทอดใหม่ (pagpag) จนได้เป็นนักแสดงชื่อดังมีผลงานทั้งจอแก้วและจอเงิน ผู้มั่นใจว่าการใช้ชีวิตข้างถนนและการเติบโตมากับแหล่งอาชญากรและยาเสพติด ทำให้เขาเข้าใจ "วิถี" ชาวฟิลิปปินส์มากกว่าใคร

ริชาร์ด เฮย์ดาเรียน อาจารย์คณะประวัติศาสตร์และรัฐศาสตร์ของ "Polytechnic University" ในฟิลิปปินส์ ให้ความเห็นว่ายังไม่แน่ชัดว่าใครที่มีคะแนนนำ มันเป็นการแข่งขันที่สูงมาก ฟิลิปปินส์มีการลงคะแนนเสียงแค่รอบเดียวเท่านั้น ต่างจากหลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศสที่ให้ลงคะแนนเสียงรอบสอง โดยให้ผู้สมัคร 2 คน ที่ได้คะแนนสูงสุดจากรอบแรกมาแข่งกัน คนที่ได้คะแนนมากที่สุดเมื่อสิ้นสุดการนับคะแนนก็จะได้เป็นประธานาธิบดี 

 

การเลือกตั้งประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์คราวนี้ถือว่าเดิมพันสูงมาก จากการที่จีนกับสหรัฐฯ แย่งกันแผ่อิทธิพลเข้ามาในอินโดแปซิฟิกมากขึ้น จนกลายเป็นลานประลองระดับโลก และฟิลิปปินส์น่าจะอยู่ภายใต้แรงกดดันทั้งทางเศรษฐกิจ ภูมิศาสตร์และการเมืองที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะผู้อ้างกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของพื้นที่ส่วนหนึ่งในทะเลจีนใต้

 

มาเรีย เรสซ่า ประธานบริหารสื่อท้องถิ่น "Rappler" และเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ประจำปี 2021 ให้ความเห็นว่าเราอยู่ที่ขอบหน้าผา ใครก็ตามที่ชนะเลือกตั้งจะเป็นผู้กำหนดว่าเราจะมีหลักนิติธรรมหรือไม่ เศรษฐกิจของเราจะเติบโตหรือไม่ เราจะรอดจากไวรัสหรือไม่ สังคมของเราจะได้รับการเยียวยาหรือไม่ 

สำหรับ "บองบอง" ลูกชายของบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่า "จับกุมคุมขัง ทรมาน และปล้นชาติ ทำให้ชาวฟิลิปปินส์ต้องยากจน" อ้างว่าจะทำให้ประเทศเป็นปึกแผ่นหลังการระบาดของโควิด-19 ขณะที่หลายคนมองว่าการประกาศตัวลงสนามเลือกตั้งระดับชาติของเขาไม่เป็นมงคลเอาเสียเลย เพราะตรงกับวันครบรอบ 19 ปี ที่พ่อของเขาประกาศใช้กฎอัยการศึก ขณะบริหารประเทศแบบกำปั้นเหล็กมานาน 25 ปี และกอบโกยความมั่งคั่งเข้ากระเป๋าตัวเองราว 10,000 ล้านดอลลาร์ ก่อนที่ลูกชายจะมาแก้ต่างให้ในตอนนี้ว่าข้อกล่าวหาทั้งหมดเป็นการ "ใส่ร้ายป้ายสี" แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นผู้ประท้วงที่รู้ตื้นลึกหนาบาง ที่บอกว่า "ช่างน่าอับอาย ที่ตระกูลนี้กลับมาเพื่อหวังตำแหน่งสูงสุดของประเทศ"  

 

ส่วน ปาเกียว ผู้มีทักษะบนสังเวียนมานาน 26 ปี จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักมวยอาชีพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล และเป็นเพียงคนเดียวที่ครองเข็มขัดแชมป์ถึง 8 รุ่น แต่ในเรื่องทักษะการเมืองยังไม่เด่นชัด และต้องการการพิสูจน์เมื่อเขาลงชิงสนามใหญ่หลังได้รับเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิกเมื่อปี 2559 

 

เขาบอกว่าอยากช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสของประเทศ เขาใช้ชีวิตอย่างยากจนข้นแค้นเมื่อยังเด็ก ขายขนมและบุหรี่เพื่อหารายได้ ตอนเป็นวัยรุ่นก็ทำงานเป็นกรรมกรเพื่อช่วยเหลือครอบครัว และกลายเป็นเศรษฐีก็ด้วยหยาดเหงื่อของตัวเองล้วน ๆ แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าแทนที่จะชิมลางด้วยการสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีก่อน เพื่อแสดงให้เห็นความตั้งใจจริง เขากลับกระโดดข้ามขั้นไปที่จุดสูงสุดซึ่งมันยังเร็วเกินไป แต่การเป็นขวัญใจของประชาชนโดยเฉพาะคนยากคนจน ก็ทำให้เขาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวเช่นกัน

 

อีกคนหนึ่งที่เป็นขวัญใจมหาชนไม่แพ้ ปาเกียว คือ โมเรโน ที่โดดเด่นทางการเมืองในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เขาเป็นชาวมะนิลาโดยกำเนิด เติบโตสลัมและเก็บขยะขายตามสูตรนักสู้ชีวิต เขาเข้าสู่วงการบันเทิงเมื่อทศวรรษที่ 1990 ส่วนใหญ่เล่นหนังแนวโรแมนติก เขาเข้าสู่วงการเมืองตั้งแต่ปี 2531 โดยได้เป็นสมาชิกสภากรุงมะนิลา ก่อนได้รับเลือกตั้งเป็นรองนายกเทศมนตรี ปี 2550 และได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรี ปี 2562 

 

โมเรโน ยังเป็นที่คลั่งไคล้ในสื่อสังคมออนไลน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน Facebook ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในฟิลิปปินส์ มันเป็นปรากฎการณ์ที่เกินต้านมียอดไลค์เกินกว่า 1.8 ล้านครั้ง และกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เขายังไลฟ์สดแล้วกว่า 260 ครั้ง ตั้งแต่การประชุมอย่างเป็นทางการทั่วไปจนถึงการไปตรวจเยี่ยมการทำงานของตำรวจ โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าหรือแค่พบหมอฟันก็อยากให้ประชาชนได้รับรู้ 

 

พวกเขาเหล่านี้คือผู้สมัคร 3 แบบ 3 สไตล์ ที่ขึ้นอยู่กับใจของชาวฟิลิปปินส์ว่าพวกเขาโดนใคร "ป้ายยา" จนต้องไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้!!!