แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์พลิกผัน เมื่อวันที่ 1 ต.ค.64 ที่ผ่านมา ขณะที่ตนไปธุระต่างอำเภอ มีคนเป็นตัวแทนนายทุนได้จัดส่งวัวมาให้กับกลุ่ม 10 ตัว ซึ่งทางสมาชิกกลุ่มได้ตรวจสอบสภาพวัวแต่ละตัวที่ส่งมา ไม่เป็นไปตามสเปคที่กลุ่มต้องการ และไม่ตรงตามสัญญา อีกทั้งไม่ใช่วัวตัวที่ไปคัดเลือกและจองไว้ โดยบางตัวไม่ใช่พันธุ์ผสมบราห์มัน แต่เป็นวัวพื้นบ้าน บางตัวรูปร่างผอมแห้ง อายุไม่เป็นไปตามสัญญา และส่วนใหญ่น้ำหนักไม่ถึง 300 กิโลกรัม
อีกทั้งบางตัวมีตุ่มขึ้นตามผิวหนังคล้ายกับเป็นโรคลัมปีสกิน ซึ่งทางสมาชิกกลุ่มได้โทรศัพท์แจ้งให้ตนทราบ จึงได้รีบเดินทางมาดู พร้อมตกลงกันในกลุ่มว่าจะไม่ลงชื่อยอมรับวัวที่ส่งมา เพราะมองว่าเป็นวัวขี้โรค จากนั้นได้แจ้งให้นายทุนมารับวัวกลับไป และบอกว่าจะนำวัวมาเปลี่ยน จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการส่งวัวมาให้ใหม่ และหากไม่ส่งวัวมา ทางกลุ่มอยากขอเงินคืนเพื่อที่จะเอาไปซื้อเอง
นางสำเนียง ขันวิสิทธิ์ อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 277 บ้านธนบุรี หมู่ 5 ต.โพนงาม สมาชิกกลุ่มเกษตรยั่งยืนบ้านธนบุรี กล่าวว่า การที่นำวัวที่ไม่ตรงสเปค มาส่งให้ ไม่ต่างกับส่งวัวขี้โรคมาให้ จึงได้ประสานกับทางนายทุน ซึ่งเป็นตัวแทนมาทำสัญญาซื้อขายกับกลุ่ม เพื่อขอให้โอนเงินคืนมา เพื่อจะไปจัดหาซื้อวัวจากแหล่งอื่นที่มีคุณภาพมาเลี้ยงเอง
แต่ทางตัวแทนนายทุนก็บ่ายเบี่ยง และผลัดวันประกันพรุ่งเรื่อยมา สุดท้ายไม่สามารติดต่อได้ จึงได้เตรียมเอกสารไปปรึกษาข้อกฎหมายกับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขา จ.กาฬสินธุ์ และศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ เมื่อประมาณกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีความคืบหน้า
ขณะที่นายรัชต มูลทรัพย์ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขา จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า กองทุนฯ ได้อนุมัติสินเชื่อปลอดดอกเบี้ย วงเงิน 500,000 บาท ให้กับกลุ่มเกษตรยั่งยืนบ้านธนบุรี เพื่อจัดซื้อวัวมาเลี้ยงจริง โดยโอนผ่านทางธนาคาร ในส่วนของการดำเนินการต่าง ๆ เช่น การจัดซื้อจัดจ้าง ทางกลุ่มจะเป็นฝ่ายดำเนินการเอง ซึ่งระเบียบว่าไว้อย่างนั้น
ข่าว/ภาพ : จักรพงษ์ ระวิวรรณ