น.ส.หัสยานนท์ กล่าวต่อว่า หลังทราบตัวคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุทั้งสองรายแล้ว ตนได้ติดต่อไปให้ทั้งสองคนเดินทางกลับมาชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทำให้เช้าวันต่อมาทั้งสองคนกลับมาที่ร้านพร้อมกับนำเงินมาชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด พร้อมกับขอร้องตนไม่ให้แจ้งความเอาเรื่อง เพราะทั้งสองคนมีดีกรีเป็นด็อกเตอร์มหาวิทยาลัยดังแห่งหนึ่ง
โดยทั้งสองคนยอมรับว่าเพิ่งจะหัดเล่นต้นบอนสีมาได้สักสองเดือนแต่ไม่มีเงินซื้อ จึงตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าวเพื่อจะนำต้นอ่อนที่ขโมยได้ไปเพาะเยื่อขยายพันธ์ต่อ ซึ่งหลังถูกกล้องวงจรปิดทางร้านจำภาพพฤติกรรมทั้งหมดเอาไว้ ชายดีกรีด็อกเตอร์ทั้งสองรายอ้างว่าได้ขอยืมเงินเพื่อนมาจ่ายค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นตน 3.8 แสนกว่าบาท เพื่อไม่ให้ตนเข้าแจ้งความดำเนินคดี เพราะเกรงว่ากระทบต่อหน้าที่การงาน ส่วนเรื่องการขโมยเด็ดยอดอ่อนเพื่อนำไปเพาะเนื้อเยื่อนั้น ตนยังไม่เห็นว่ามีใครทำได้สำเร็จ
น.ส.หัสยานนท์ กล่าวว่า ช่วงนี้กระแสของต้นบอนสีกลับมาคึกคักอีกหนหลังจากห่างหายไปหลายสิบปี ทำให้ปัจจุบันทั้งบอนสีและไม้ด่างได้รับความนิยมราคาสูงขึ้น จึงมีคนร้ายก่อเหตุลักขโมยเป็นอย่างมาก วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการเดินทางทุกก้าวและการติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ทั่วทุกมุมของร้าน
ข่าว/ภาพ-ศุภชัย สินธ์ประเสริฐ