จากนั้นพี่สาวก็พยายามสืบหาความจริง เพราะพี่สาวสงสัยว่านายเอ๋ ปลอมตัวเป็นทนาย โดยที่ไม่มีความรู้ความสามารถใดๆ เลย แต่เพื่อหลอกเอาเงินจึงปลอมเป็นทนายความ พี่สาวจึงแกล้งคุยและขอตั๋วทนายความจากนายเอ๋ รวมถึงขอทราบชื่อสำนักงานทนายความ และที่ตั้งสำนักงาน ซึ่งนายเอ๋ ยอมบอกทุกอย่าง เมื่อทราบชื่อสำนักงานทนายความตามที่นายเอ๋บอก พี่สาวจึงไปตรวจสอบที่สำนักงานทนายความดังกล่าว อยู่ที่ถนนริมบึงแก่นนคร ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น และพบกับเจ้าของสำนักงานทนายความ จึงทราบว่าจริงว่า นายเอ๋ไม่ใช่ทนายความและไม่มีความรู้ทางกฎหมาย เป็นเพียงประชาชนทั่วไปที่มาตีสนิทคนในสำนักงานฯ
ทั้งยังทราบอีกว่า มีชาวบ้านจำนวนมากถูกนายเอ๋ หลอก และถ้าพี่สาวถูกหลอกให้ไปแจ้งความกับตำรวจ เมื่อพี่สาวรู้ความจริงจึงมาเล่าให้ฟัง ซึ่งตรงกับวันที่ 19 กันยายน 2564 เป็นช่วงที่นายเอ๋ ทักไลน์มาขอเงินค่าเดินทางไปศาลอีกจำนวน 10,000บาท ตนจึงบอกไปว่า มีเงินในบัญชีเพียง 3,000บาท อีก 7,000 บาท จะยืมเพื่อนให้ และให้ไปรับส่วนที่เหลือจากเพื่อนที่ขอนแก่น ซึ่งเพื่อนที่ตนอ้างคือพี่สาวชื่อนุช และนายเอ๋ ก็ติดต่อขอรับเงินจากพี่สาว พี่สาวจึงนัดรับที่หน้าสำนักงานทนายความ ริมบึงแก่นนคร เมื่อนายเอ๋ มารับเงิน พี่สาวจึงให้เข้าไปที่สำนักงานทนายความและให้นายเอ๋ เข้าไปในสำนักงานทนายความ จากนั้นความจริงก็ถูกเปิดเผย เพราะนายเอ๋ ยอมรับว่า แกล้งเป็นทนายความของสำนักงาน หลอกเอาเงินไปจริงๆ พี่สาวจึงให้นายเอ๋ไปพบกับตำรวจ ที่ สภ.บ้านเป็ด และพี่สาวก็แจ้งความในวันเดียวกัน
นางสาวฟ้า กล่าวอีกว่า ขณะที่ให้ปากคำกับตำรวจนั้น นายเอ๋ รับสารภาพว่า ปลอมเป็นทนายความหลอกเอาเงินจากตนจริง และขอชดใช้คืนในวันที่ 25 ตุลาคม 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกันตกลงกัน ในเรื่องของการชดใช้เงินคืน เมื่อนายเอ๋ รับปาก พี่สาวจึงยอมเชื่อใจและแยกย้ายกัน ต่อมาเมื่อถึงวันที่ 25 ตุลาคม 2564 นายเอ๋ ได้โทรศัพท์แจ้งกับตำรวจว่า บิดากู้เงินแล้วยังไม่ได้ ขอเลื่อนไปเป็นวันที่ 27 ตุลาคม 2564 ก่อนจะติดต่อไม่ได้ และก็หายตัวไป กระทั่งวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นายเอ๋ ติดต่อมาว่าจะคืนเงินให้ทั้งหมด โดยนัดเจอกันที่บ้านท่าพระ ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น แต่ถึงเวลานัด นายเอ๋ ก็บอกว่าไม่มี จึงทำใจขอคืนเพียง 50,000 บาท อีก 40,000บาท ยกให้ แต่นายเอ๋ ก็บอกว่าไม่มี
จากนั้นจึงพากันเดินทางไปหาพ่อแม่นายเอ๋ ที่บ้านพระบุ ต.พระบุ อ.พระยืน จ.ขอนแก่น เพื่อพูดคุยในสิ่งที่นายเอ๋ ปลอมเป็นทนายความหลอกเอาเงินไป ซึ่งพ่อแม่ไม่สามารถจัดการให้ได้ จึงร้องเรียนต่อสื่อมวลชน เพื่อเตือนให้ประชาชนได้ระวังอันตรายจากนายเอ๋ เพราะเท่าที่ทราบ นายเอ๋มีพฤติกรรมหลอกลวงชาวบ้านไปทั่ว และอยากเรียกร้องให้ตำรวจเร่งทำการสืบสวนสอบสวนเอาตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เพราะเชื่อว่า นายเอ๋ คงไม่หยุดที่จะก่อเหตุอีก ซึ่งขณะนี้หายตัวไป ไม่สามารถติดต่อได้ คาดว่าจะไปก่อเหตุกับชาวบ้านรายอื่นๆ อีก
ข่าวโดย – กฤศเมธ โลโห