svasdssvasds
เนชั่นทีวี

อาชญากรรม

ถอดบทเรียน “เสี่ยโจ้ ปัตตานี” ชี้เป้ากระบวนการยุติธรรมบกพร่อง

11 พฤศจิกายน 2564

มีความเป็นไปได้สูงที่ "เสี่ยโจ้ ปัตตานี" จะหลบหนีออกนอกประเทศ โดยถือพาสปอร์ตกัมพูชา ยิ่งทำให้การติดตามจับกุมตัวจะยากขึ้น กรณี “เสี่ยโจ้” ที่มีหมายจับศาลปัตตานี คดีปลอมเอกสาร โทษจำคุก 1 ปี 9 เดือน แต่ตำรวจไม่พบหมายจับในสารบบ บ่งบอกว่ากระบวนการยุติธรรมบกพร่อง

การค้าน้ำมันเถื่อนในพื้นที่ภาคใค้ของประเทศไทย ตามข้อมูลของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) มีหลักฐาน ว่า นายสหชัย เจียรเสริมสิน อายุ 53 ปี หรือ เสี่ยโจ้ ปัตตานี อยู่เบื้องหลัง โดยได้รวบรวมข้อมูลเรื่องมา จนมีหลักฐานเพียงพอ

 

เจ้าหน้าที่ กอ.รมน. จึงจับกุม เสี่ยโจ้ ปัตตานี พร้อมของกลาง เงินสด 46 ล้านบาท น้ำมัน 2,000 ลิตร และตรวจสอบพบหลักฐานการซื้อขายน้ำมันเถื่อนจำนวน 500 ล้านลิตร จึงส่งตัวเสี่ยโจ้ ปัตตานี ให้ตำรวจ รวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับการค้าน้ำมันเถื่อน และมีการดำเนินคดีเพิ่มเติมในความผิดฐานฟอกเงิน ตำรวจออกหมายจับ เสี่ยโจ้ ปัตตานี เพิ่มในข้อหา “ร่วมกันฟอกเงิน

 

นายสหชัย หรือ  เสี่ยโจ้ ปัตตานี ได้หลบหนีการจับกุม

 

กระทั่งวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจสอบสวนกลาง สามารถจับกุม นายสหชัย ได้ที่ตลาดกลางคืนย่านห้วยขวาง ตามหมายจับศาลจังหวัดสงขลา ที่ 60/2564 ลงวันที่ 19 ก.พ.64 ในความผิดฐานฟอกเงิน และนำตัวนายสหชัย ไปยังอัยการจังหวัดสงขลา ตามที่ได้มีการส่งสำนวนคดีไปยังสำนักงานอัยการจังหวัดสงขลา เนื่องจากตำรวจได้ตรวจสอบในสารบบแล้ว นายสหชัย มีหมายจับของศาลจังหวัดสงขลา เพียงหมายจับเดียว 

ถอดบทเรียน “เสี่ยโจ้ ปัตตานี” ชี้เป้ากระบวนการยุติธรรมบกพร่อง

 

ประเด็น อยู่ที่ตรงนี้ คือ เมื่อตำรวจได้คุมตัว นายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือ เสี่ยโจ้ ปัตตานี ไปส่งอัยการสงขลา ตามหมายจับในคดีฟอกเงิน ปรากฎว่า

 

 นายสหชัย หรือ เสี่ยโจ้ ปัตตานี ได้รับการปล่อยตัวหลังจากนำตัวส่งพนักงานอัยการจังหวัดสงขลา

 

นายประยุทธ เพชรคุณ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ชี้แจงการปล่อยตัว เสี่ยโจ้ ปัตตานี ว่า อัยการจังหวัดสงขลา มีคำสั่งไม่ฟ้องคดีฟอกเงิน และเสนอไปยังอธิบดีอัยการ ภาค 9 พิจารณาแล้วเห็นด้วยกับคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา 

 

เมื่ออัยการสั่งไม่ฟ้องคดี จึงไม่มีอำนาจควบคุมตัว ดังนั้น จึงต้องปล่อยตัว เสี่ยโจ้ ปัตตานี ไป

 

ถอดบทเรียน “เสี่ยโจ้ ปัตตานี” ชี้เป้ากระบวนการยุติธรรมบกพร่อง

โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ชี้แจงว่าก่อนปล่อยตัวเสี่ยโจ้ อัยการจังหวัดสงขลา ได้สอบถามตำรวจที่คุมตัวเสี่ยโจ้ มาส่งหลายครั้งแล้วว่า ผู้ต้องหามีคดีอื่นๆอีกหรือไม่ เพื่อจะได้ให้ส่งตัวไปดำเนินการ

 

ถามย้ำ 4-5 ครั้ง แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันกับอัยการจังหวัดสงขลาว่า ผู้ต้องหาไม่มีคดีอื่น ๆ อีก ไม่มีการแจ้งอายัดตัว จึงต้องปล่อยตัวเสี่ยโจ้

เรื่องก็น่าจะ ยุติเพราะถ้าหากไม่มีหมายจับ เจ้าหน้าที่ก็ไม่มีสิทธิ์ควบคุมตัวผู้ต้องหาได้

 

แต่เรื่องนี้ "คดีพลิก" เมื่อ ศาลยุติธรรม เเจ้งว่า นายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือเสี่ยโจ้ ปัตตานี ผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน และ ค้าน้ำมันเถื่อน มีคดีที่ศาลจังหวัดปัตตานี พิพากษาจำคุก 1 ปี 9 เดือน ในข้อหาปลอมเเปลงเอกสาร ใช้ดวงตราประทับไม้ปลอม

 

ซึ่ง ศาลจังหวัดปัตตานี ออกหมายจำคุก เสี่ยโจ้ ปัตตานี ถึงที่สุด เเละให้ออกหมายจับเพื่อให้เจ้าหน้าที่นำตัวมาคุมขังตามคำพิพากษา

ถอดบทเรียน “เสี่ยโจ้ ปัตตานี” ชี้เป้ากระบวนการยุติธรรมบกพร่อง

ศาลจังหวัดปัตตานี ได้ออกหมายจำคุก เสี่ยโจ้ ปัตตานี 1 ปี 9 เดือน เเละให้ออกหมายจับปรับนายประกันตั้งเเต่ช่วงปี 2557 เเล้ว

 

ต่อมามีการยื่นอุทธรณ์คดี โดยไม่มีตัวจำเลย (กฎหมายเก่าทำได้) เเละศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำคุก 1 ปี 9 เดือน จึงมีการออกหมายจับ เพื่อนนำตัวจำเลยมารับโทษตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ อีกครั้งในปี 2558

 

หมายจับดังกล่าวทางศาลจังหวัดปัตตานี ได้มีการส่งไปยัง สภ.อ.ในพื้นที่เกิดเหตุเเละผู้การจังหวัดปัตตานี ในขณะนั้นเเล้ว

 

ต่อมา ตำรวจส่งหนังสือคัดหมายจับเสี่ยโจ้ ปัตตานี มาที่ศาลปัตตานี เมื่อวันที่ 5 พ.ย.64 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการย้ายอาคารทำการศาล จึงทำการค้นหา เเละเจอหมายจับในวันที่ 6 พ.ย.64 เเละศาลจังหวัดปัตตานี ส่งหมายจับให้ตำรวจ ในวันที่ 8 พ.ย.64 

 

นั่นเท่ากับว่า กรณีดังกล่าว เสี่ยโจ้ ปัตตานี มีหมายจับเพื่อบังคับตามคำพิพากษา และส่งไปยังสภ.อ.ในพื้นที่ปัตตานี เเละกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี ตั้งเเต่ปี 2557 เเละอีกครั้งในปี 2558 ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น เเละศาลอุทธรณ์พิพากษายืนเเล้ว

ถอดบทเรียน “เสี่ยโจ้ ปัตตานี” ชี้เป้ากระบวนการยุติธรรมบกพร่อง

กระบวนการที่ไล่เลี่ยง มาทั้งหมดล้วนอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ต้นน้ำคือตำรวจ กลางน้ำคือ อัยการ และปลายน้ำคือศาล 

 

ศาลจังหวัดปัตตานี มีหมายจับ เสี่ยโจ้ ปัตตานี เพื่อบังคับตามคำพิพากษา มารับดทษจำคุก 1 ปี 9 เดือน ในข้อหาปลอมเเปลงเอกสาร ใช้ดวงตราประทับไม้ปลอม

 

และถ้าเป็นไปตามที่โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ชี้แจงว่า ก่อนปล่อยตัวเสี่ยโจ้ อัยการจังหวัดสงขลา ได้สอบถามตำรวจที่คุมตัวเสี่ยโจ้ มาส่งหลายครั้งแล้วว่า ผู้ต้องหามีคดีอื่นๆอีกหรือไม่ เพื่อจะได้ให้ส่งตัวไปดำเนินการ ถามย้ำ 4-5 ครั้ง แต่ตำรวจ ยืนยันกับอัยการจังหวัดสงขลา ว่า ผู้ต้องหาไม่มีคดีอื่น ๆ อีก

 

คำถามคือ ทำไมตำรวจจึงยืนยันกับอัยการจังหวัดสงขลา ว่า ผู้ต้องหาไม่มีคดีอื่น ๆ อีก ทั้งที่ศาลจังหวัดปัตตานี มีหมายจับ เสี่ยโจ้ ปัตตานี เพื่อบังคับตามคำพิพากษา มารับดทษจำคุก 1 ปี 9 เดือน ในข้อหาปลอมเเปลงเอกสาร ใช้ดวงตราประทับไม้ปลอม