ซึ่งการลงในพื้นที่ของคลินิกฯ จะแตกต่างจากการลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือการปราบปรามการทุจริต เพราะมุ่งเน้นการป้องกันตั้งแต่เริ่ม และขณะดำเนินโครงการเป็นสำคัญ คณะทำงานที่ลงในพื้นที่จะดำเนินการให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ แจ้งเตือนความเสี่ยงที่อาจเข้าข่ายการทุจริต เพื่อให้ไปปรับปรุงแก้ไขก่อนที่จะเบิกจ่ายงบประมาณ ซึ่งส่งผลให้ลดการกระทำผิดที่เจ้าหน้าที่รัฐไม่ต้องถูกลงโทษ สามารถดำเนินงานได้อย่างถูกต้อง โปร่งใส ไม่ทำให้โครงการหยุดชะงัก จึงถือเป็นที่พึ่งของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างแท้จริง และที่สำคัญประเทศชาติไม่เกิดความเสียหาย
ทั้งนี้ การดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพเกิดจากบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงายภายใต้ ศอตช. เช่น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด (ก.ธ.จ.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI กระทรวงมหาดไทย รวมทั้ง สภาองค์การชุมชน (สอช.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และภาคประชาสังคม ร่วมดำเนินการตั้งแต่ ตุลาคม 2563 จนถึงปัจจุบัน ได้ลงพื้นที่ไปให้คำแนะนำถึง 230 ครั้ง 67 จังหวัด ใน12 โครงการ ซึ่งมีงบประมาณรวมกว่า 38,740 ล้านบาท จากการลงพื้นที่ดังกล่าวพบกรณีที่ส่อไปในทางทุจริต 1 เรื่อง ใน 1 โครงการ พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง โดยได้ส่งข้อมูลไปยัง ศอตช. เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว